Post title marquee scroll

“เฟด” ออก 2 มาตรการคุมธนาคารในอเมริกา ชี้ ศก.ยังมีความเสี่ยงสูง คาดส่งผลดีต่อราคาทองคำ

ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ:เฟด ได้ออกมาตรการที่ถือว่าเป็นทั้งผลบวกและผลลบต่อราคาทองคำในคราวเดียว โดยฝั่งที่เป็นบวกก็คือการเข้าควบคุมการจ่ายเงินปันผลของธนาคารพาณิชย์ และห้ามมิให้มีการซื้อหุ้นคืนอย่างน้อยถึง Q3 ถือเป็นการแสดงความกังวลว่า ศก.ยังคงมีความเสี่ยงสูง (การอัดฉีดเงินยังคงจำเป็น) แต่ก็ผ่อนคลายมาตรการ Volker Rule ซึ่งถือเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นสหรัฐในช่วงแรกและเป็นลบต่อทองคำ หากเอาผลระยะสั้นของ Volker Rule มาก่อนก็ยังคงแนะนำ Rebound Short เช่นเดิม

กลยุทธ์วันนี้ (26 มิ.ย.) นักลงทุนระยะสั้น : ให้รีบาวน์ Open Short ที่ระดับ 1,767 และ1,778 ดอลลาร์ ส่วนนักลงทุนระยะกลาง ท่านที่ Open Short จุดแรกที่ระดับ 1,771 ดอลลาร์ สามารถ Holding Short เพื่อ Run Profit ได้ต่อ ส่วนที่ซื้อจุดที่ 2 บริเวณ 1,784-86 ดอลลาร์ จะถึงก็ต่อเมื่อมีปัจจัยบวกที่มากกว่าปัจจุบัน

ส่วนกรอบราคาวันนี้ แนวต้าน 1,767 ดอลลาร์ 1,778 ดอลลาร์ และ1,784-86 ดอลลาร์ และ
แนวรับ 1,757 ดอลลาร์ 1,751 ดอลลาร์ และ1,742 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองคำไทย 96.5%
แนวต้านบาทละ 25,795 บาทละ และ 25,965 บาทละ แนวรับบาทละ 25,675 บาท 25,590 บาทและ 25,515 บาท

ขอขอบคุณ : บริษัท ชายน์นิ่งโกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด

เฟด สั่งแบงค์งดจ่ายปันผลไตรมาส 3 และซื้อหุ้นคืน

ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด สั่งให้ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐ ระงับการซื้อหุ้นคืน และจำกัดการจ่ายเงินปันผลในไตรมาส 3/2563 เพื่อกันเงินทุนสำรองไว้ที่ระดับปัจจุบัน โดยคำสั่งดังกล่าวมีขึ้น หลังจากการเปิดเผยผลการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ของธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ 34 แห่งในสหรัฐเมื่อวานนี้

เฟดระบุว่า เกณฑ์ในการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์สามารถจ่ายเงินปันผลนั้น จะพิจารณาจากกำไรสุทธิในช่วง 4 ไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่ง อาจทำให้ธนาคารบางแห่งต้องปรับลดการจ่ายเงินปันผล และอาจทำให้ธนาคารบางแห่งไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ โดยเฟดจะพิจารณากฎเกณฑ์ดังกล่าวเป็นรายไตรมาส และคาดว่ากำไรสุทธิของธนาคารบางแห่งอาจจะลดลง เพราะผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากนี้ เฟดยังกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งต้องประเมินความต้องการเงินทุน และจะต้องยื่นแผนการใช้จ่ายทุนในช่วงต่อไปของปีนี้

นับเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ของการทดสอบ Stress Test ที่ธนาคารพาณิชย์ของสหรัฐจะต้องยื่นแผนการใช้จ่ายอีกครั้งในปีนี้ และอาจจะยังคงมีการกำหนดข้อจำกัดในการใช้จ่ายของธนาคารต่างๆ ต่อไป นอกจากนี้ เฟดระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ธนาคารพาณิชย์อาจจะต้องยื่นแผนดังกล่าวทุกๆ ไตรมาส

ทั้งนี้เฟดได้เปิดเผยผลการศึกษา 2 กรณีซึ่งได้แก่ การทดสอบ Stress Test แบบเดิมซึ่งกำหนดขึ้นในเดือนก.พ.ที่ผ่านมาก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการวิเคราะห์เงินทุนของธนาคารภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจ 3 แบบที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในช่วงหลายไตรมาสข้างหน้าท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 โดยรูปแบบดังกล่าวได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจแบบ V-shaped, U-shaped และ W-shaped อย่างไรก็ดีผลการทดสอบแบบเดิมแสดงให้เห็นว่า ธนาคารรายใหญ่ทุกแห่งยังคงมีสถานะเงินทุนที่ดี

การทดสอบ Stress Test ของเฟดนั้นครอบคลุมถึงการประเมินว่า มีความปลอดภัยหรือไม่ที่ธนาคารต่างๆ จะดำเนินการตามแผนการใช้จ่ายเงินทุน ซึ่งรวมถึงการจ่ายเงินปันผล และการใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากการตั้งสำรองหนี้เสีย โดยการทดสอบดังกล่าวได้รับการออกแบบขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้เงินภาษีของประชาชนมาช่วยเหลือธนาคารต่างๆ เหมือนในช่วงที่เกิดวิกฤตการเงินปี 2550-2552