Post title marquee scroll

ธนบัตรเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) ที่ใช้ในปัจจุบัน และวิธีตรวจสอบ

ปัจจุบันแบงค์ปลอมกำลังระบาดขนาดหนัก ซึ่งทำให้หลายๆคนต้องตกเป็นเหยื่อ เสียเงินฟรีๆให้กับแก๊งค์มิจฉาชีพ วันนี้เราเลยอยากจะเอาบทความดีๆมาให้เพื่อนๆได้ศึกษากันเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อกันค่ะ

ธนบัตรเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) ที่ใช้ในปัจจุบัน และวิธีตรวจสอบดอลล่าร์สหรัฐ เป็นสกุลเงินสากลที่ทุกประเทศในโลกมี Rate อัตราแลกเปลี่ยนหมุนเวียนในตลาด จึงเป็นที่ต้องการของคนทั่วไป ด้วยเหตุนี้ทำให้มิจฉาชีพบางกลุ่มเกิดความโลภ พยายามที่จะปลอมแปลงธนบัตรดอลล่าร์สหรัฐออกมาเป็นจำนวนมาก เพราะเหตุนี้ เราจึงได้จัดทำบทความชุดนี้ขึ้นเพื่อที่พวกเราชาว CheckRaKa.com จะได้พอรู้จุดสังเกตเบื้องต้นก่อนการรับเงินดอลล่าร์สหรัฐมาใช้หมุนเวียน โดยหลักเบื้องต้นเลยคือ เมื่อสัมผัสเนื้อกระดาษจะรู้สึกว่าไม่บางหรือหนาเกินไป เพราะกระดาษที่ใช้พิมพ์แบงค์ดอลล่าร์สหรัฐผลิตจากฝ้าย 75% ลินิน 25% หมึกพิมพ์ต้องคมชัดไม่เลอะเปรอะเปื้อน รายละเอียดจุดสังเกตต่างๆ เพิ่มเติมมีดังนี้ (กรณีนี้ใช้ธนบัตรดอลล่าร์สหรัฐฉบับละ 50 เป็นตัวอย่าง)



เมื่อพลิกเอียงธนบัตรส่วนที่เป็นสีทองของตัวเลข 50 จะเห็นสีสลับเปลี่ยนเป็นสีเขียว

เมื่อยกธนบัตรส่องดูกับแสงสว่างจะเห็นลายน้ำปรากฎภาพเหมือนกับรูปประธานาธิบดีที่อยู่ตรงกลางด้านหน้า และลายน้ำนี้สามารถดูได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ตราสัญลักษณ์ธนาคารกลางสหรัฐจะพิมพ์ด้วยหมึกพิเศษ ชัดเจน ไม่มัวหรือเปรอะเปื้อน

พื้นหลังของคำว่า “FIFTY” บนธนบัตรฉบับละ 50 ดอลล่าร์ จะมีสีฟ้า และสีแดง เป็นหมึกพิเศษที่มีความสลับซับซ้อนในการพิมพ์ ทำให้ยากแก่การปลอมแปลง

ตัวเลข 50 ที่อยู่ด้านหลังมุมขวาล่างของธนบัตร เป็นการพิมพ์นูนขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาทางสายตาสัมผัสและทราบว่าเป็นธนบัตรชนิด 50 ดอลล่าร์

หมายเลขซีเรียลที่อยู่ด้านหน้าของธนบัตร ทั้งบนซ้าย และล่างขวา ตัวเลขและตัวอักษรจะต้องเหมือนกันทั้งหมด

ธนาคารกลางสหรัฐประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ส่วนไทยคาดว่าปลายปีขึ้นดอกเบี้ย

หลังจากตัวเลขทางเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐดูดีเพิ่มขึ้น เช่น อัตราการจ้างงานนอกภาคเกษตร การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ฯลฯ จึงทำให้ธนาคารกลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% และล่าสุดนี้ธนาคารกลางจีนก็ประกาศขึ้นดอกเบี้ยตามด้วย

เมื่อคืนที่ผ่านมาทางธนาคารกลางสหรัฐหรือ Federal Reserve ได้ประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ทำให้ ณ ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยสหรัฐอยู่ที่ 1.75% โดยแนวทางของธนาคารกลางสหรัฐจะยังรักษาอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ

โดยเจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางสหรัฐกล่าวกับทาง VOA ว่าถ้าหากเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่ง ปีนี้อาจได้เห็นการขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 1 ครั้ง

นักวิเคราะห์คาด Fed ขึ้นดอกเบี้ยปีนี้อีก 2 ครั้ง
นักวิเคราะห์จากหลักทรัพย์เอเชียพลัสมองว่าในปีนี้ธนาคารกลางสหรัฐน่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง โดยคาดว่าดอกเบี้ยในปีนี้จะอยู่ประมาณ 2.25% ส่วนปีหน้า 2562 คาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้ง และในปี 2563 อีก 2 ครั้ง โดยดอกเบี้ยปี 2563 จะอยู่ที่ประมาณ 3.5%

ไทยคาดว่าน่าจะขึ้นปลายปี-ต้นปีหน้า
นักวิเคราะห์ของทางเอเชียพลัสยังได้มองว่าดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะยังทรงตัวที่ 1.5% จนถึงปลายปีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับทางดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้มุมมองไว้ที่ทาง Brand Inside ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

ส่วนมุมมองของทาง SCB EIC มองว่าดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะยังทรงตัวตลอดในปีนี้ เพราะว่าภาคการอุปโภคของประชาชนยังอ่อนแอ รวมไปถึงเสถียรภาพทางการเงินของประเทศที่ยังแข็งแกร่งและมีบัญชีดุลสะพัดที่ยังสูง ซึ่ง EIC มองว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังคงอัตราดอกเบี้ยระดับนี้ไปจนถึงสิ้นปีนี้ ส่วนปีหน้าน่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย