Post title marquee scroll

จะเปิดบัญชีในอเมริกา คำนึงถึงอะไรบ้างนะ?

ค่าใช้จ่ายการรักษาบัญชี

ถึงการเปิดบัญชีจะไม่มีค่าใช้จ่าย แต่การรักษาบัญชีมีค่าใช้จ่ายอยู่นะ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่เดือนละ $12 (ซึ่งถือว่าสูงมาก) แต่ก็สามารถยกเว้นค่ารายเดือนตรงนี้ได้ด้วยการฝากเงินไว้ตามที่ธนาคารกำหนด หากวันไหนในเดือนนั้นจบวันแล้วยอดเงินน้อยกว่าที่กำหนดไว้ เดือนนั้นจะต้องจ่ายค่ารายเดือนทันที ส่วนค่าออกบัตร ATM ไม่มีครับ

สรุป ถ้ารักษายอดเงินให้เกินที่กำหนดไว้ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เลย

แล้วถามว่าขั้นต่ำที่ว่านี่เท่าไหร่ อันนี้ไม่มีเลขที่แน่นอนเนื่องจากธนาคารที่นี่มีเยอะมากกกกกก ขนาดของธนาคารแต่ละเจ้าเลยค่อนข้างต่างกันมาก บางเจ้ามูลค่าไปโน่น $400 พันล้าน ในขณะที่บางเจ้านี่ยังไม่ถึงพันล้านเลยก็มี ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจที่แต่ละเจ้าเลยมีโครงสร้างค่าใช้จ่ายและโปรโมชั่นที่ต่างกันไปเพื่อดึงดูดลูกค้า แต่หลัก ๆ จะแบ่งเป็นสองอัตราตามขนาดของธนาคาร ได้แก่

$1,500 สำหรับธนาคารใหญ่มีสาขา

พวกธนาคารใหญ่ที่ทางเลือกเยอะก็จะมีเงื่อนไขเยอะหน่อยเพราะมักจะเป็นทางเลือกแรก ๆ ของลูกค้าและมีบริการครบครัน ทำให้เลยมียอดขั้นต่ำค่อนข้างสูง โดยมาตรฐานจะอยู่ที่ $1,500 หรือประมาณ 46,500 บาท เรียกว่าเปิดบัญชีก็ล็อคเงินไว้จำนวนเท่านี้ไว้ได้เลย ห้ามใช้ ถ้าจะใช้ต้องใช้ส่วนเกินจากนี้

แต่ข้อดีของธนาคารเหล่านี้คือหาตู้ ATM ง่าย หาสาขาง่าย (ซึ่งค่าใช้จ่ายเค้าก็เยอะอ่ะนะก็เลยมีเงื่อนไขขั้นต่ำอยู่) และหากต้องการสมัครบัตรเครดิตของธนาคารเหล่านี้ในอนาคต การเปิดบัญชีธนาคารใหญ่ไว้ก็จะช่วยให้เครดิตดีขึ้น เปิดบัตรเครดิตง่ายขึ้นได้

ตัวอย่างของธนาคารกลุ่มนี้ก็ เช่น JP Morgan Chase, Bank of America, Citibank, Wells Fargo ก็พวกธนาคารดัง ๆ นั่นแล

ไม่มีขั้นต่ำสำหรับธนาคารออนไลน์

สำหรับธนาคารเล็ก ๆ ไปจนถึงธนาคารออนไลน์ พวกนี้ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าธนาคารใหญ่ ก็เลยมักจะ “ไม่มีขั้นต่ำ” ไม่ใส่สักบาทเลยก็ยังรักษาบัญชีให้ใช้ต่อไปได้

ธนาคารกลุ่มนี้ก็เช่น Capital One คนใช้เยอะด้วยนะเพราะสะดวก ทุกวันนี้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องกด ATM แล้วด้วย ธนาคารเหล่านี้เลยได้รับความนิยมสูงขึ้น

ทั้งสองอย่างมีข้อดีข้อเสีย ต้องเลือกให้เหมาะสมครับว่าเราใช้แบบไหนเยอะและมีจุดประสงค์อย่างไร

เป็นไงหละ แค่เปิดบัญชีธนาคารยังต้องคิดเยอะขนาดนี้ 555

การเปิดบัญชีในอเมริกา

      หนึ่งในเรื่องสำคัญสำหรับการเรียนต่อต่างประเทศ ก็คือ การตัดสินใจเปิดบัญชีธนาคารในประเทศที่คุณไป โดยเฉพาะกับนักเรียนต่างชาติ  ที่แต่ละประเทศก็ย่อมมีวิธีการและกฎระเบียบในเรื่องการเปิดบัญชีที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงในอเมริกาด้วย  ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญมากในการเข้าใจถึงข้อกำหนดและวิธีการสำหรับการเปิดบัญชีสำหรับนักเรียนต่างชาติ  นอกจากนี้ คุณยังไม่สามารถเปิดบัญชีแบบออนไลน์ได้อีกด้วย  เพราะฉะนั้นแล้วในวันนี้ จะมาพูดถึงกระบวนการนี้ให้ทราบกันค่ะว่าเป็นอย่างไร

เริ่มต้นอย่างไร

      วิธีการเปิดบัญชีธนาคารในอเมริกาที่ดีที่สุด คือ เปิดกับธนาคารท้องถิ่นและนัดวันเวลาเพื่อเข้าไปทำธุรกรรมด้วยตัวเอง  ซึ่งศูนย์ช่วยเหลือด้านการเงินของทุกมหาวิทยาลัยจะมีแผ่นพับและข้อมูลเกี่ยวกับธนาคารท้องถิ่นอยู่แล้ว ดังนั้น คุณควรอ่านรายละเอียดก่อนการตัดสินใจ  โดยประเภทของบัญชีสำหรับนักเรียนนั้นจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ แบบกระแสรายวันและแบบออมทรัพย์ โดยแบบกระแสรายวันนั้นคุณสามารถที่จะฝากและถอนได้ ในขณะที่แบบออมทรัพย์นั้นหมายถึงการ “ฝาก”เงินเพื่อสร้างดอกเบี้ย 

      ธนาคารใหญ่ที่สุดในอเมริกาสี่แห่ง คือ Bank of America, J.P. Morgan Chase (รู้จักกันในชื่อ Chase), Citigroup และ Wells Fargo & Company  โดยการเปิดบัญชีกับธนาคารใหญ่ๆนั้นมีประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะธนาคารเหล่านี้มักจะมีธนาคารลูกหรือธนาคารในเครืออยู่ในประเทศของคุณด้วย เช่น Bank of America เป็นเครือเดียวกับ Barclays  คุณจึงสามารถใช้บัตรของ Barclays ได้กับตู้ ATM ของ Bank of America ทุกตู้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการถอน, การแลกสกุลเงินหรือค่าธรรมเนียมระหว่างประเทศ เป็นต้น   

      แต่ถึงอย่างไร การเปิดบัญชีธนาคารไม่จำเป็นต้องมีกันทุกคน  แต่มันจำเรื่องดีกว่าถ้าคุณทำงานในระหว่างที่เรียน เพราะการที่คุณจะได้ค่าจ้างหรือค่าตอบแทน คุณจำเป็นต้องมีบัญชีธนาคาร เพื่อให้คุณสามารถโอนเงินได้ นอกจากนี้มันยังเป็นการสะดวกกว่าเมื่อคุณต้องการจับจ่ายซื้อของอะไรก็ตามระหว่างที่คุณอยู่ในต่างประเทศ

เอกสารที่ต้องใช้

      เมื่อคุณนัดวันเวลาในการทำธุรกรรมเปิดบัญชีกับธนาคารได้แล้ว เอกสารที่คุณต้องเตรียมในวันนั้นมีมากมาย แตกต่างกันไปในแต่มลรัฐ แต่โดยมากธนาคารจะบอกคุณเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว ซึ่งเอกสารทั่วไปก็คือที่มักต้องใช้ คือ พาสปอร์ต, ใบรับรองการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย, เงินสดขึ้นต่ำที่ต้องใช้ในการเปิดบัญชี (ส่วนมากคือ ตั้งแต่ 10-100 เหรียญ) , ใบสำคัญที่ใช้แสดงตัวอื่นๆ (เช่นใบขับขี่,บัตรนักเรียน), วีซ่าประเภท I-20 or I-94 และเลขประกันสังคม โดยสาเหตุที่ต้องใช้เลขประกันสังคม เพราะอเมริกาต้องการที่จะนำไปใช้ในการหักภาษีเงินได้สำหรับนักเรียนต่างชาติที่ทำงานในระหว่างเรียน  ซึ่งคุณสามารถขอเลขประกันสังคมแบบชั่วคราวได้เพื่อการนี้

ถ้าคุณเกิดข้อสงสัย

      เมื่อคุณไปถามใครก็ตาม คุณมักจะได้คำตอบว่า ถ้าคุณสงสัยอะไรก็ให้ไปถามศูนย์ช่วยเหลือด้านการเงินในมหาวิทยาลัยหรือศูนย์ช่วยเหลือนักเรียนต่างชาติ เพราะศูนย์เหล่านี้จะมีข้อมูลเหล่านี้ให้  แต่ความวุ่นวายของการจัดการการเงินนั้นเป็นสิ่งที่นักเรียนส่วนมากโดยเฉพาะนักเรียนต่างชาตินั้นไม่สามารถจัดการเองได้  ดังนั้นจะเป็นการดีกว่าถ้าคุณเปิดบัญชีธนาคาร  เพื่อลดความยุ่งยากเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงินตรา, การหักภาษีหรือแม้แต่การเก็บเงิน เพราะการเปิดบัญชีเป็นการรวมธุรกรรมทั้งหมดไว้ในที่เดียว คุณสามารถโอนเงิน, จ่ายเงินด้วยบัตรหรือแม้แต่ตรวจดูเงินของคุณผ่านเว็บไซต์

      อย่างไรก็ตามอย่าลืมที่จะดูว่าธนาคารแห่งไหนเป็นอย่างไร  เพราะเป็นการยากมากที่จะหาธนาคารในอเมริกาที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมรายเดือนในการรักษาสถานภาพบัญชี ซึ่งปกติจะเก็บอยู่ที่ 5-10 เหรียญต่อเดือน  แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมนี้ถ้าคุณมีเงินอยู่ในบัญชีนั้นไม่ต่ำกว่าที่ธนาคารกำหนดไว้