Post title marquee scroll

หลังแบงค์ 1 ดอลล่าร์ซ่อนอะไรเอาไว้?

เชื่อว่าหลายๆท่านคงมีสัญลักษณ์, เครื่องหมายหรือเครื่องราง ไว้ในครอบครอง เพื่อคุ้มครองปกป้องตัวเองจากสิ่งไม่ดีและนำความสุขโชคดีมาสู่ตนเองและคนใกล้ชิด แต่ละคนก็จะมีความเชื่อที่แตกต่างกันไปตามสิ่งที่บรรพบุรุษของตนได้ถ่ายทอดไว้และตามสภาพสังคมสิ่งแวดล้อม นั้นย่อมแสดงว่าโดยพื้นฐานแล้ว ภายในจิตใต้สำนึกของเรายังเชื่อว่ามีสิ่งเหนือธรรมชาติเกินขอบเขตที่มนุษย์จะหยั่งรู้ได้ อีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่หลายๆคนไม่ได้สังเกตหรือไม่ได้ให้ความสนใจ หากใครเคยเห็นแบงค์ 1 ดอลล่าร์ ด้านหลังจะมีอีกหนึ่งสัญลักษณ์แห่งความโชคดี ความมั่งคั่ง ความร่ำรวย

เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมสหรัฐอเมริกา ถึงเป็นมหาอำนาจ โดยเฉพาะเงินสกุลดอลล่าร์ที่ใช้เป็นเงินสกุลหลักของโลก ทั้งๆที่ประเทศเพิ่งก่อตั้งขึ้นมาเพียง 200 กว่าปี กุญแจดอกสำคัญดอกนั้นคือนำสัญลักษณ์ ANNUIT COEPTIS มาใส่ไว้หลังแบงค์ 1 ดอลล่าร์ เราลองมาดูความหมายของสัญลักษณ์กันนะครับ

ปี 1782 อเมริกาออกแบบตราแผ่นดินใหม่โดยด้านหลังของตราแผ่นดินเป็น ภาพพีระมิดสร้างไม่เสร็จ มีดวงตาอยู่บนยอดล้อมรอบด้วยภาษาละติน “Novus Ordo Seclorum” (New Order Of The Ages) ซึ่งหลายคนเชื่อว่า เป็นสัญลักษณ์ของสมาคมอิลลูมิเนติ ดวงตานั้นหมายถึงสมาชิกอิลลูมิเนติกำลังจับตามอง (โลก) และ “Novus Ordo Seclorum” คือ New World Order หรือการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการ(ปก)ครองโลก และต่อมาในปี1935 ภาพตราแผ่นดินนี้ถูกนำมาตีพิมพ์ลงบนด้านหลังของธนบัตร 1 ดอลลาร์
ภาพธนบัตร 1 ดอลล่าร์ของอเมริกา จะเห็นว่ามีการเขียนภาษาลาติน ที่หมายถึง ระเบียบโลกใหม่

  • มีรหัส 666 ที่ หมายถึง เครื่องมือหรือสัญลักษณ์ของสัตว์ร้าย
  • ดวงตาของซาตานและอื่นๆมากมายไม่ต่างกับยันต์ทางไสยศาสตร์ดำเลย
    ปัจจุบัน สโลแกนของการปฏิวัติสำหรับ กลุ่มอิลลูมิเนติ ในภาษาลาติน คือ”NOVUS ORDO SECLORIUM” อันซึ่งหมายถึง “A NEW ORDER FOR THE AGES” การจัดระเบียบสำหรับยุคใหม่ ซึ่งมาจาก ความรู้ทางโหราศาสตร์ เครื่องหมายบนหลังธนบัตร 1 ดอลลาร์ กับ ดวงตาที่มองเห็นทุกสิ่ง (ALL-SEEING-EYE) เป็นสัญลักษณ์ของ เวทมนตร์ พบได้ในกลุ่มเมสัน (The Masons-เป็นกลุ่มที่มีแนวทางเดียวกัน)

เครื่องหมายอิลูมินาติ
อย่างแรก คือ “Numerology” เป็นศาสตร์ทางตัวเลขซึ่งเป็นองค์ความรู้เก่าแก่จากคัมภีร์ของ พวกฮิบรู หรือ ยิว เป็นการ Code ตัวหนังสือให้เป็นตัวเลข คือการเอาตัวหนังสือซ่อนไว้ในตัวเลขนั่นเอง ชาวฮีบรูยังนำตัวเลขไปเชื่อมโยงกับ พลังจักรวาล พวกเขามิได้แยกระบบตัวอักษรกับตัวเลขออกจากกัน แต่ตัวอักษรนั้นมีพื้นฐานมาจากตัวเลข ระบบตัวอักษรถูกวางเรียงไว้อย่างเป็นระบบ และถูกกำหนดรูปแบบที่บอกถึงระดับที่ต่อเนื่องกันไปตามกระบวนการการพัฒนาของ จักรวาล ชื่อภาษากรีกและฮีบรูในพระคัมภีร์มีนัยสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ ที่ใกล้ชิดระหว่างความหมายตามตัวอักษรและตัวเลข ในภาษากรีกดั้งเดิม คำว่า “Jesus” หมายถึง “Iesous” (ไม่มีตัวอักษร “J” ในตัวอักษรกรีก) ชื่อดังกล่าวมีค่าเท่ากับตัวเลข 888 ซึ่งหมายถึง “ จิตใจที่สูงกว่า ” หรือ “ จิตใจศักดิ์สิทธิ์ ” ตามความเชื่อลึกลับของกรีก “จิตใจที่เกี่ยวข้องกับความตาย” ในภาษากรีกคือหมายเลข 666 ( ตามที่กล่าวไว้ในคัมภีร์เล่มสุดท้ายในพันธสัญญาใหม่ ว่าหมายถึง “สัตว์ร้าย” )

สัญลักษณ์ลึกลับกับคำขวัญ “NOVUS ORDO SECLORUM” ที่เป็นอนุสรณ์ในการก่อตั้งของกลุ่มอิลลูมิเนติ ในวันที่ 1 พฤษภาคม 1776 ไม่ใช่ 4 กรกฎาคม และมันมิใช่โดยความบังเอิญ นั่นคือ นกอินทรี อันซึ่งเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนสำหรับ ลูซิเฟอร์ (Lucifer) ในสมัยโบราณ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า ฟินิกซ์ (Phoenix) และ ปัจจุบันได้ถูกนำไปใช้เป็นสัญลักษณ์ของ ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (ทำเนียบขาว)

ความหมายที่ซ่อนไว้ในตราดวงนี้

  1. ดาว 13 ดวง คือ การก่อกบฏ หรือการปฏิวัติ (ต่อพระเจ้า)
  2. อยู่ในวงกลมที่มี 28 ขีด หรือ Guide Line คือ ความเป็นนิรันดร์
  3. ป้ายผ้า 13 ขยัก คือ การก่อกบฏ หรือการปฏิวัติ (ต่อพระเจ้า)
  4. ตัวหนังสือ E PLURIBUS UNUM หรือ “One of Many” หรือ “หนึ่งจากหลายๆสิ่ง”
  5. ปีกข้างซ้าย มี 32 ขนนก เป็นระดับชั้นปกครองของลัทธิใต้ดิน กลุ่มที่เรียกว่า เมสัน (Mason) หรือ
    ฟรีเมสัน (Free Mason)ในยุโรป มี 32 ระดับ
  6. ปีกข้างขวา มี 33 ขนนก เป็นระดับชั้นปกครองของลัทธิใต้ดิน กลุ่มที่เรียกว่า เมสัน (Mason) หรือ
    ฟรีเมสัน (Free Mason)ในอเมริกา มี 33 ระดับ
  7. เส้นแนวนอน 12 เส้น บนอาร์มโล่ห์ที่หน้าอกนกอินทรีย์ หมายถึง ความเป็นรัฐบาล
  8. เส้นแนวตั้ง 18 เส้น บนอาร์มโล่ห์ที่หน้าอกนกอินทรีย์ หมายถึง การเป็นนายทาส
  9. ซึ่งแบ่งได้ 6 แถบใหญ่ หมายถึง มนุษย์
  10. แถบสีแดงและขาวรวมกันได้ 13 แถบ แยกเป็น
    แถบขาว 7 แถบ หมายถึง พระเจ้า
    แถบแดง 6 แถบ หมายถึง มนุษย์ แถบแดงวางทับแถบขาว หมายถึง มนุษย์อยู่เหนือพระเจ้า
  11. กรงเล็บ 2 ข้างๆ ละ 4 รวมเป็น 8 เล็บ คือการเริ่มต้น
  12. ลูกธนู 13 ดอก หมายถึง การต่อต้านหรือปกป้องตัวเองของประชาชน
  13. ช่อมะกอกที่มี 13 ใบ หมายถึง เสรีภาพ
  14. ผลเบอรี่ 13 ผล หมายถึง ผลของเสรีภาพ
  15. ขนที่หาง 9 ขน หมายถึง ความสำเร็จ หรือบรรลุผลแล้วนั่นเอ

“ Numerology”ตัวเลขจำนวนที่ปรากฏในสัญลักษณ์บน ตราแผ่นดินสหรัฐอเมริกา ปรากฏในแบงค์ 1ดอลล่าร์ US มีความหมายดังนี้
จำนวนเลข 6 หมายถึง Man คือ มนุษย์
จำนวนเลข 7 หมายถึง God คือ พระเจ้า
จำนวนเลข 8 หมายถึง New Beginning คือ การเริ่มต้นใหม่
จำนวนเลข 9 หมายถึง Complete or Finish คือ การเสร็จสิ้น หรือ ความสำเร็จ
จำนวนเลข 12 หมายถึง Government and Perfection คือ รัฐบาลและความสมบูรณ์แบบ
จำนวนเลข 13 หมายถึง Rebellion คือ การปฏิวัติ หรือ การก่อกบฏ
จำนวนเลข 18 หมายถึง Bondage หรือ ความเป็นทาส
จำนวนเลข 28 หมายถึง Eternity คือ ความเป็นนิรันดร์

บนด้านหลังของธนบัตรฉบับหนึ่งเหรียญดอลล่าร์ ไม่เฉพาะตำแหน่ง ฟินิกซ์(อินทรี) Phoenix (EAGLE) แสดงที่จุดนี้เท่านั้น, ดูที่ดาวเหนือหัวอินทรี จะมี 13 ดวง การจัดเรียงเอาไว้ไม่ใช่ความบังเอิญ นั่นคือ ดาว 13 ในกรอบหกเหลี่ยม ซึ่งประมาณได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ เวทมนตร์ปีศาจ (EVIL SIGN IN WITCHCRAFT) อเมริกันสร้างด้วยความเชื่อว่าดาว 13 ดวงนั้น เป็นตัวแทน 13 จักรวรรดิดั้งเดิม อย่างไรก็ตามถ้าพิจารณาดูใกล้ๆ ในวงกลมล้อมรอบภาพนกอินทรีย์ (great seal of the United States) จะค้นพบว่าผู้ที่ออกแบบนี้ แสดง 13 หมายเลขอาถรรพ์ โดยเจตนาและแฝงความหมายเอาไว้ สังเกตได้จาก จำนวนครั้งที่ใช้ เลข 13 คือ

  1. กรอบหกเหลี่ยมถูกจัดเรียงโดยห้าเหลี่ยม (ดาว) 13 ดวง
  2. โล่ห์ป้องกันหน้าอกของนกอินทรีมี แถบ 13 แถบ
  3. ผลเบอร์รี่ 13 ผล บนกิ่งมะกอก ในกรงเล็บขวาของนกอินทรี
  4. ลูกธนู 13 ดอก ในกรงเล็บซ้ายของนกอินทรี
  5. ใบมะกอก 13 ใบ บนกิ่งมะกอก