Post title marquee scroll

เฟดหั่นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 11 ปี ยืนยันไม่ได้ลดเอาใจทรัมป์

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานครั้งแรกในรอบทศวรรษ ท่ามกลางข้อครหาว่าพวกเขาลดดอกเบี้ยเพราะถูกประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กดดัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2551 โดยปรับลดลง 0.25% เหลือ 2-2.25% เมื่อวันพุธที่ 31 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา ขณะที่ประธานเฟดส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับลดลงอีกในอนาคต

การปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวทำให้ธุรกิจและผู้บริโภคสามารถกู้เงินโดยมีอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง โดยฝ่ายผู้สนับสนุนระบุว่า มาตรการนี้จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่กำลังส่งสัญญาว่าต้องการความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยโจมตีว่า เฟดเพียงลดดอกเบี้ยตามใจประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เรียกร้องให้มีการลดดอกเบี้ยเท่านั้น

ขณะเดียวกัน การตัดสินใจของเฟดในการลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นเอกฉันท์ โดยสมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) 2 คนโหวตคัดค้าน ส่วนอีก 8 คนรวมทั้งนาย เจอโรม โพเวลล์ ประธานเฟด โหวตเห็นชอบ

นายโพเวลล์ กล่าวในงานแถลงข่าวว่า การลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวถือเป็นการสื่อสารโดยไม่ใช้คำพูดที่ดี แต่เขาจะไม่ลดดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว เศรษฐกิจของสหรัฐฯ เติบโตในจังหวะที่แข็งแรงตลอดช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 แต่พัฒนาการทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมามีทั้งในด้านบวกและลบ เช่นตัวเลขในภาคการผลิตที่ลดลงถึง 2 ไตรมาสติดต่อกัน

ประธานเฟดยอมรับด้วยว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สนับสนุนการตัดสินใจของเฟด แต่พวกเขาไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์นโยบานการค้าของสหรัฐฯ ที่กำลังทำสงครามการค้ากับจีน นายโพเวลล์ยืนยันด้วยว่า เฟดไม่ได้ยอมลดดอกเบี้ยเพราะถูกประธานาธิบดีทรัมป์กดดัน

ขณะที่แถลงารณ์ของเฟดระบุว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง ส่วนกิจกรรมทางเศรษฐกิจก็เพิ่มขึ้นในอัตราปานกลาง แต่ในรอบ 12 เดือน อัตราเงินเฟ้อโดยรวมและเงินเฟ้อสำหรับสินค้าต่างๆ นอกเหนือจากอาหารและพลังงาน ต่ำกว่า 2% เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เฟดลดอัตราดอกเบี้ย