Post title marquee scroll

รายชื่อธนาคารที่ดีที่สุดแห่งชาติในปี 2561

1.การไล่ล่า
2.ธนาคารซิตี้แบงก์
3.BBVA
4.PNC
5.ธนาคารแห่งอเมริกา
6.ธนาคาร TD
7.Wells Fargo

มีปัจจัยหลายอย่างที่เข้าสู่การสร้างรายชื่อธนาคารที่ดีที่สุดเช่นจำนวนสาขาค่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินการบริการลูกค้าอัตราดอกเบี้ยและอื่น ๆ อีกมากมาย

ข้อควรระวังสำคัญประการหนึ่งในการทำความเข้าใจในขณะที่คุณกำลังดูรายการของฉันอยู่ธนาคารเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเป็นที่นิยมมากที่สุด แต่อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณและเงินของคุณ

การไล่ล่า
เหตุผลในการเลือก Chase เป็นที่ชัดเจน: โบนัส!

Chase เป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศโดยขึ้นอยู่กับขนาดของสินทรัพย์ วิธีหนึ่งที่ดึงดูดลูกค้าใหม่จำนวนมากคือการเสนอโบนัสสมัครสมาชิก

หากคุณตัดสินใจที่จะเปิดบัญชีเช็คอินใหม่ที่ Chase คุณจะได้รับเงินสูงสุด 200 เหรียญ ด้วยบัญชีออมทรัพย์คุณจะได้รับเงิน 150 เหรียญ

การมีคุณสมบัติสำหรับโบนัสเป็นเรื่องง่าย สิ่งที่คุณต้องทำคือการตั้งค่า a Chase Checking ทั้งหมด บัญชีและตั้งค่าเงินฝากโดยตรง สำหรับ Chase Savings บัญชีฝากเงิน $ 10,000 – ภายใน 20 วันทำการ – และรักษาความสมดุลเป็นเวลา 90 วันแล้วคุณจะได้รับเช็คโบนัส $ 150

ธนาคารซิตี้แบงก์
แตกต่างจากธนาคารอื่น ๆ ในรายการของเรา Citi มีเฉพาะเจาะจงที่พวกเขาเชี่ยวชาญ Citibank เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับทุกคนที่มี บัญชีเงินลงทุนขนาดใหญ่, เงินออมจำนวนมากหรือมีเงินกู้หรือบัตรเครดิตผ่าน Citi แล้ว

เช่นเดียวกับ Chase Citi ให้โบนัสสำหรับการเปิดบัญชี แต่มีข้อกำหนดที่สูงส่งบางอย่างที่คุณต้องเจอก่อน

หากคุณต้องการได้รับโบนัส $ 300 คุณต้องวางเงินมัดจำอย่างน้อย 15,000 เหรียญในแพคเกจ Citibank Account หรือคุณจะได้รับเงิน 500 เหรียญโดยการใส่อย่างน้อย 50,000 เหรียญใน แพคเกจ Citi Priority Account.

ยิ่งคุณใช้บัตรเครดิตและบริการ Citi มากเท่าไหร่คุณก็จะได้รับ ThankYou Points. นี่เป็นส่วนหนึ่งของระบบรางวัลของพวกเขาและคุณสามารถใช้คะแนนเหล่านี้แลกรับบัตรของขวัญซื้อแลกรับเที่ยวบินและอื่น ๆ อีกมากมาย

หากคุณมี Citi ThankYou Premier Card หรือ Citi Prestige Card คะแนนของคุณจะคุ้มค่ามากขึ้น

BBVA
BBVA Compass Bank ไม่ใช่ธนาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดในบัญชีของเรา แต่คุณไม่ควรนับไว้ในการค้นหา เหตุผลหนึ่งที่ฉันใส่ไว้ในรายการนี้เป็นเพราะบัญชีเช็คฟรีและซีดีของพวกเขา

BBVA Compass มีซีดี 12 เดือนซึ่งมี APY 1.25% ในขณะนี้ซึ่งเป็นหนึ่งใน APY ที่สูงที่สุดที่คุณจะพบ บัญชีตรวจสอบฟรีของพวกเขามีค่าธรรมเนียม $ 25 เพื่อเปิด แต่พวกเขาได้เขียนเช็คไม่ จำกัด การเข้าถึง ATM และเงินฝากเช็คออนไลน์และมือถือ

หนึ่งประโยชน์เพิ่มเติมของ BBVA คือคุณสามารถเปิดบัญชีออนไลน์ได้ เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว

ธนาคาร PNC
เครื่องมือทางการเงินของ PNC ได้ทำให้เป็นหนึ่งในธนาคารที่ดีที่สุดในประเทศ

PNC มีเครื่องมือที่ดีที่พวกเขาเรียก กระเป๋าสตางค์เสมือนจริงและเป็นหนึ่งในเครื่องมือการธนาคารที่ดีที่สุดที่มีอยู่ ด้วยกระเป๋าสตางค์เสมือนคุณจะได้รับประโยชน์มากมายเช่นมีบัญชีแยกออกเป็นสามประเภท:

ใช้จ่าย
สำรอง
การเจริญเติบโต
เครื่องมือนี้สามารถให้มุมมองที่ไม่ซ้ำกันของเงินของคุณและช่วยให้คุณเข้าใจการเงินของคุณ

เงินในส่วนสำรองสามารถนำมาใช้เพื่อการออมระยะสั้นและมีการคุ้มครองเงินเบิกเกินบัญชีฟรี ประเภทการเติบโตจะใช้สำหรับการออมที่มีขนาดใหญ่ กับ กระเป๋าสตางค์เสมือนจริงนอกจากนี้คุณยังจะสามารถสร้างงบประมาณใช้ประโยชน์จากปฏิทินการเรียกเก็บเงินและอื่น ๆ อีกมากมาย

สิ่งหนึ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับ PNC คือพวกเขามีค่าบริการรายเดือน 7 เหรียญที่คุณสามารถหลีกเลี่ยงได้หากคุณมีการใช้จ่ายและการสำรองรวม 500 เหรียญหรือคุณมีเงินฝากโดยตรงกับหมวดการใช้จ่ายของคุณทุกเดือนอย่างน้อย $ 500

ธนาคารแห่งอเมริกา
ธนาคารแห่งอเมริกาเป็นหนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในรายการของเรา Bank of America มีสาขาประมาณ 4,500 สาขาทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งหมายความว่าโดยไม่คำนึงว่าคุณอาศัยอยู่ที่ไหนมีสถานที่ใกล้เคียงกับ Bank of America

เหตุผลที่พวกเขาทำมันในรายชื่อของฉันเป็นเพราะการบริการลูกค้าของพวกเขา พวกเขามีศูนย์บริการที่เปิดทุกวันทำงานตั้งแต่เวลา 8.00 น. ถึง 11.00 น. และในวันหยุดสุดสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 8 ไม่เพียง แต่คุณสามารถโทรหาได้หากมีคำถามใด ๆ แต่คุณสามารถติดต่อกับพวกเขาผ่านทาง Twitter หรือผ่านการแชททางออนไลน์

ถ้าคุณต้องการให้ธนาคารที่มีอยู่เสมอ (และมีตู้เอทีเอ็มจำนวนมาก) ธนาคารแห่งอเมริกาเป็นทางเลือกที่ดี

ธนาคาร TD
หากคุณต้องการตรวจสอบบัญชีที่เรียบง่ายและการบริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยมแล้ว TD ธนาคารเป็นสถานที่ที่จะไป

พวกเขามีบัญชีการตรวจสอบหลักสามประเภทที่คุณสามารถเลือกได้ TD Simple ของพวกเขาคือสิ่งที่มันเสียงเหมือนบัญชีตรวจสอบง่ายที่มียอดเงินขั้นต่ำไม่ TD Premier ของพวกเขาคือบัญชีที่ได้รับดอกเบี้ยถ้าคุณมียอดคงเหลือมากกว่า 2,500 เหรียญ

หนึ่งในประโยชน์ที่ไม่ซ้ำกันของธนาคาร TD สำหรับผู้ที่ การท่องเที่ยว.

TD Bank ไม่มีค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตต่างประเทศ นอกจากนี้หากคุณเดินทางไปยังแคนาดาบ่อยๆคุณสามารถใช้ TD Canada Trust ตู้เอทีเอ็มไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

หากคุณกำลังเดินทางเพื่อธุรกิจหรือเพื่อความเพลิดเพลิน TD Bank จะเป็นหนึ่งในธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Wells Fargo
มีหลายสิ่งพิมพ์หรือองค์กรถือว่า Wells Fargo เป็น “Best Bank” ในความเป็นจริงพวกเขาได้รับรางวัลการสำรวจธนาคารที่ดีที่สุดของ GOBankinRates เป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน พวกเขาได้รับรอบกว่า 150 ปีซึ่งหมายความว่าพวกเขามีเวลาที่จะสมบูรณ์แบบธุรกิจของพวกเขา

หนึ่งในพื้นที่ Wells Fargo ส่องเป็นของพวกเขา ค่าธรรมเนียมและยอดคงเหลือ.

ในการเปิดบัญชีคุณจะต้องฝากเงินครั้งแรกเพียง $ 25 หรือ $ 50 ค่าธรรมเนียมรายเดือนของพวกเขามีเพียง $ 5 (แต่บางบัญชีมีอัตราที่สูงกว่าที่ $ 30 แต่เป็นบัญชีที่สูงกว่า)

นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมแล้วเหตุผลอื่น ๆ ที่ทำให้คนจำนวนมากรักเวลส์ฟาร์โกเป็นเพราะมีตู้เอทีเอ็มและสถานที่ตั้งที่พวกเขามีอยู่

มีตู้เอทีเอ็ม 12,000 ตู้ทั่วสหรัฐอเมริกาและกว่า 6,500 สาขาที่คุณสามารถเดินเข้าไปได้ นี่เป็นอะไรที่มากกว่าทุกธนาคารแห่งชาติอื่น ๆ

ธนาคารดังในอเมริกา สั่งแบนการใช้บัตรเครดิตซื้อ “เหรียญออนไลน์” แล้ว

เผยธนาคารดังในอเมริกา อาทิ JPMorgan Chase และ Bank of America
ประกาศยกเลิกการใช้บัตรเครดิตในการซื้อเหรียญออนไลน์หรือ Cryptocurrency เริ่มกุมภาพันธ์นี้

ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับเหรียญ Bitcoin ที่ราคากำลังตกไหม แต่ธนาคารยักษ์ใหญ่ของอเมริกาเริ่มมองเห็นความผันผวนของมันแล้ว หลังทาง Bank
of America กับ JP Morgan Chase หรือ Citigroup ได้ประกาศ สั่งแบนไม่ให้ผู้ถือบัตรเครดิต ซื้อเหรียญออนไลน์หรือ Cryptocurrency
เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป !!

Mary Jane Rogers โฆษกของ JP Morgan เผยว่า ธนาคารได้ตัดสินใจยกเลิกการใช้บัตรเครดิตซื้อเหรียญ Cryptocurrency ทั้งหลาย
เนื่องจากกังวลเรื่องความเสี่ยงหลาย ๆ อย่าง เช่นโดนหลอกซื้อเหรียญหรือขาดทุนหนัก ทั้งหมดอาจทำให้ผู้ถือบัตร ไม่มีเงินจำนวนมากมาใช้ชำระหนี้ตรงนี้ได้นั้นเอง

ส่วนทาง Bank of America ก็กังวลเรื่องการโจรกรรมกับการฟอกเงิน นำเงินในบัตรไปแปลงเป็นเหรียญ Cryptocurrency อย่างไรก็ตามแม้จะห้ามไม่ให้ใช้บัตรเครดิต แต่ลูกค้ายังนำเงินใน ATM
หรือบัตรเดบิตไปซื้อได้ตามปกติอยู่ครับ

มารู้จักเงินตราสหรัฐกันก่อน

หน่วยเงินสกุลดอลล่าห์นั้นเพื่อนๆคงรู้จักกันดีอยู่แล้วว่าเป็นหน่วยเงินของสหรัฐอเมริกา ซึ่งป็นเงินเหรียญสากล ที่มีเป็นที่ยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลาย

การทำความเข้าใจเงินตราสหรัฐก่อนเดินทางมานั้น สามารถช่วยให้เพื่อนๆมีความเข้าใจมากขึ้นกับการจับจ่ายบริหารการใช้เงิน และเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆบางคนที่เดินทางเข้ามาทำงานในสหรัฐอเมริกามากอีกด้วยนะ

เงินสกุลดอลล่าห์ในรูปของธนบัตรแบ่งเป็น ธนบัตร 1, 2, 5, 10, 20, 50 และ 100 ดอลล่าห์ ธนบัตร 2 ดอลล่าห์นั้นจะมีใช้กันอยู่ประปรายคะ ซึ่งพบเห็นได้ไม่มาก มีลักษณะคล้ายธนบัตร 1 ดอลล่าห์มากคะ

บนธนบัตรแต่ละใบก็จะมีรูปเป็นประธานาธิปดี หรือบุคคลสำคัญของสหรัฐที่แตกต่างกันไปคะ เช่น

ธนบัตร $1 จะเป็นรูปจอร์จ วอชิงตัน (George Washington) ประธานาธิปดีคนแรกของสหรัฐ
ธนบัตร $5 เป็นรูปของประธานาธิปดีคนที่ 16 อับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln) ผู้มีบทบาทสำคัญในการเลิกทาสของสหรัฐ
ธนบัตร $100 เบนจามิน แฟลงคลิน (Benjamin Franklin) ผู้คิดค้นสายล่อฟ้า เตาแฟรงคลิน ฯลฯ ทั้งยังเป็นผู้เริ่มก่อตั้งห้องสมุดแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา เขาเป็นนักเขียนและผู้นำการเคลื่อนไหวคนสำคัญที่นำไปสู่การแยกตัวออกจากอาณานิคมและร่วมก่อตั้งชาติสหรัฐอเมริกา เป็นต้น
ธนบัตรที่ใช้กันทั่วไปนั้นรวมกันทั้งธนบัตรใหม่และเก่า ดังนั้นจึงจำเป็นมากสำหรับการตรวจสอบธนบัตรปลอมที่จำเป็นจะต้องมีความรู้เบื้องต้นไว้นะคะ

เบื้องหลัง”เงิน”ในอเมริกา

เพื่อนๆรู้มั้ยค่ะว่า “In God We Trust” นี้ เป็นคำที่ปรากฏอยู่ในทุกเหรียญเงินและแบงค์ของอเมริกา เรื่องนี้มีที่มาที่ไปไม่แน่ชัดค่ะ แต่มีบางแหล่งว่า* มันเป็นความเชื่อทางศาสนาจากช่วงสงครามกลางเมือง ในยุคนั้นประชาชนเขาอยากให้พิมพ์ ว่าเราศรัทธาในพระเจ้าลงในเหรียญของเขา ก็เลยใช้เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ และอีกที่มาหนึ่งคือ จากนักการเงิน เขาบอกว่าที่ In god We Trust เพราะอเมริกาสามารถพิมพ์แบงค์ได้มากเท่าที่ต้องการ โดยไม่ต้องมีทุนสำรองระหว่างประเทศค้ำเอาไว้ (ประมาณว่าประเทศเราพระเจ้าค้ำประกัน แต่ประเทศอื่นทุนสำรองระหว่างประเทศค้ำประกัน) แต่ที่เงินดอลลาร์ยังมีค่าอยู่ เพราะคนทั่วโลกเชื่อในประเทศอเมริกา และยังยึดค่าเงินดอลลาห์เป็นหลักค่ะ

มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าค่ะ แบงค์ของอเมริกาที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในตลาดมีอยู่ 6 มูลค่า คือแบงค์ 1, 5, 10, 20, 50, และ 100 เหรียญ ดอลลาห์ U.S. สีก็คล้ายๆกัน คือดูออกสีเขียวๆไปหมด ขนาดก็จะเล็กกว่าแบงค์ไทยสักหน่อยค่ะ มาดูหน้าตาและเรื่องราวในแบงค์ต่างๆของอเมริกากันเลยค่ะ

แบงค์ 1 เหรียญ ดอลล่าห์ U.S.
แบงค์ 1 เหรียญนี้ ด้านหน้าเป็นรูป George Washington ประธานาธิปดีคนแรกของอเมริกา เขาเป็นคนรวบรวมชนต่างๆที่แตกแยก ให้เป็นประเทศได้ค่ะ หลังจากนั้น ก็ยังได้รับเลือกเป็นประธานาธิปดีอีก 2 สมัย โดยที่ตอนแรกเค้าก็ไม่ได้อยากรับเลย และยังปฏิเสธรับเงินเดือนปีละ $25,000 (ซึ่งเยอะมากในสมัยนั้น) แต่ด้วยการหว่านล้อมของสภา เขาเลยจำต้องเข้ารับตำแหน่งพร้อบรับเงินเดือนนั้น เขาเป็นนักบริหารที่มีความสามารถ รู้จักกระจายอำนาจและติดสินใจได้อย่างชาญฉลาดมองไปที่เป้าหมายปลายทางและผลที่จะตามมา ที่ได้เห็นชัดๆคือ นโยบายที่ปรองดองกับชนชาติอื่น โดยวอชิงตันไม่ต้องการเข้าร่วมสงครามความบาดหมางระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศษค่ะ หน้าของวอชิงตัน ยังปรากฎอยู่ในเหรียญควอเตอร์ด้วยนะ

ส่วนด้านหลังของแบงค์ ด้านซ้ายเป็นรูปพีระมิตและดวงตราที่ยอดซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความยั่งยืนและแข็งแกร่ง อักษร “Annuit Coeptis” คือการประสบความสำเร็จจากความพยายาม และใต้ปีระมิตมีข้อความ “Novus Ordo Seclorum” คือเข้าสู่อเมริกายุคใหม่ค่ะ

แบงค์ 5 เหรียญดอลลาห์ U.S.
แบงค์ 5 เหรียญดอลลาห์ U.S. นี้ ด้านหน้าเป็นรูปของ Abraham Lincoln ลินคอล์นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 16 ของอเมริกา และเป็นคนแรกค่ะ ที่มาจากพรรครีพับลิกัน ท่านประสบความสำเร็จในการนำพาประเทศผ่านพ้นสงครามกลางเมืองอเมริกา ซึ่งเป็นวิกฤตการณ์รัฐธรรมนูญ ทางทหารและศีลธรรมครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยรักษาไว้ซึ่งสหภาพ ขณะที่เลิกทาส และการส่งเสริมการทำให้เศรษฐกิจและการเงินทันสมัย แต่น่าเสียดาย ท่านจุดจบที่แสนเศร้า ลินคอล์นถูกลอบยิงขณะดูละครที่โรงละครเวที อัน เนื่องมาจากความขัดแย้งเรื่องการเลิกทาสกับผู้มีอำนาจบางกลุ่มค่ะ หน้าของลินคอล์นยังปรากฎอยู่บนเหรียญเพนนีเช่นกันค่ะ

ด้านหลังของแบงค์เป็นรูป Lincoln Memorial ตั้งอยู่ใน Washington DC ใกล้ White House นี่เองค่ะ ด้านในมีรูปปั้น ลินคอล์นขนาดใหญ่มาก สถานที่นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรสถาน ในการรำลึกถึงคุณความดีของลินคอล์นนั่นเองค่ะ

แบงค์ 10 เหรียญดอลลาห์ U.S.
แบงค์ 10 เหรียญดอลลาห์ U.S. ด้านหน้าเป็นรูปของ Alexander Hamilton เขาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนแรกของอเมริกา, เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐ, เป็นนักกฏหมายรัฐธรรมนูญคนแรก, นักเศรษฐศาสตร์ นักปรัชญาการเมือง เขาเป็นคนเรียกให้มีการประชุมที่เมืองฟิลาเดลเฟีย (the Philadelphia Convention) อันเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งประเทศใหม่ สุดท้ายแฮมิลตันได้จบชีวิตลง จากการดวลปืนกับ อะรอนเบอร์ (Aron Burr) ในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิปดีในปี ค.ศ. 1804

ด้านหลังแบงค์10นี้ คือ U.S. Treasury สถานที่นี้คือกระทรวงการคลังของรัฐบาลกลางสหรัฐ ที่แฮมิลตันได้สาบานตนว่าจะเข้าไปทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 11 กันยายน 1789

แบงค์ 20 เหรียญดอลลาห์ U.S.
แบงค์ 20 นี้เป็นรูปหน้าของ Andrew Jackson ท่านเป็นประธานาธิปดีคนที่ 7 ของอเมริกา ในปี พ.ศ. 2364 แอนดรูว์ แจ็กสัน ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐฟลอริดาฝ่ายทหาร ชื่อเสียงอันโด่งของแอนดรูว์ เริ่มจากสงครามเมื่อครั้งที่รบกับอินเดียนแดงที่ครีก และมีชื่อเสียงมากขึ้นอีกครั้งจาการได้ชัยชนะต่อกองทัพอังกฤษที่นิวออร์ลีนส์ (พ.ศ. 2358) เหตุผลสำคัญที่ทำให้แอนดรูว์ แจ็กสันได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเนื่องมาจากการได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้นเกี่ยวกับนโยบายการพัฒนาแบบใหม่ที่เรียกกันภายหลังว่า “ประชาธิปไตยแจ็กสัน” (Jacksonian democracy) แอนดรูว์ มีอิทธิพลและเป็นศูนย์กลางของวงการเมืองอเมริกันระหว่าง พ.ศ. 2363 – พ.ศ. 2372

ด้านหลังของแบงค์คือ The White House นั่นก็คือบ้าน และที่ทำงานประจำตำแหน่งของประธานาธิปดีสหรัฐอเมริกามาทุกยุคทุกสมัยนั่นเอง

แบงค์ 50 เหรียญดอลลาห์ U.S.
ด้านหน้าของแบงค์ 50 เหรียญคือ Ulysses S. Grant ประธานาธิปดีคนที่ 18 ของอเมริกา เขาประสบความสำเร็จอย่างสูงในช่วงครึ่งหลังของสงครามกลางเมือง โดยเขาสามารถยุติสงครามได้โดยมีชัยเหนือนายพลลี เขายังสนับสนุนการเลิกทาสและสิทธิของแอฟริกันคนผิวดำ แกรนท์เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาคนแรกที่เดินทางไปเยือนประเทศ ไทย เมื่อ ค.ศ. 1879 ในสมัยของรัชกาลที่ 5 อีกด้วยค่ะ

ด้านหลังของแบงค์เป็นรูป D.C. Capital สถานที่นี้ เป็นที่ประชุมสำหรับวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร มีทั้งหมด 5 ชั้น มีห้องทั้งหมด 540 ห้อง เป็นหนึ่งในอาคารประวัติศาสตร์ที่รู้จักมากที่สุดในกรุงวอชิงตันดีซีค่ะ

แบงค์ 100 เหรียญดอลลาห์ U.S.
เป็นแบงค์ที่มีมูลค่ามากที่สุดที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในอเมริกา ด้านหน้าคือรูปของ Benjamin Franklin เขาเป็นหนึ่งในแกนนำผู้ก่อตั้ง (Founding Fathers) ของสหรัฐอเมริกา เบนจามิน แฟรงคลิน เป็น นักเขียน นักปรัชญา นักการเมือง นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ นักปฏิรูป และนักการทูต คนสำคัญในยุคแสงสว่างของสหรัฐอเมริกา

ด้านหลังของธนบัตรคือ Independence Hall ที่นี่อยู่ในใจกลางของ สวนอุทยานประวัติศาสตร์ ในเมืองฟิลลาเดเฟีย รัฐเพนซิลวาเนียร์ เป็นที่รู้จักมากที่สุดในฐานะที่เป็นสถานที่ที่ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลทำการประชุมและอภิปรายโต้แย้งกัน

เป็นอย่างไรบ้างคะ จะเห็นได้ว่า ภาพบุคคลสำคัญที่ปรากฎในแบงค์นั้น จะเป็นแกนนำผู้ก่อตั้ง (Founding Fathers) ของสหรัฐอเมริกา ทั้งนั้นเลยนะคะ บุคคลเหล่านี้ สมควรจะต้องยกย่องและจดจำไปนานแสนนาน เลยทำให้คนอเมริกันเห็นหน้าพวกท่านทุกวันในธนบัตรนั่นเอง!

7 ธนาคารที่ดีที่สุดในอเมริกาสำหรับปีพ. ศ. 2561

ทุกคนต้องการสถานที่ที่ปลอดภัยเพื่อสะสมเงินแทนการฝังไว้ในสนามหลังบ้าน (หรือแย่กว่านั้นภายใต้ที่นอนของคุณ)

หากคุณกำลังมองหาธนาคารใหม่คุณมีตัวเลือกมากมายให้เลือก แต่ทุกปีดูเหมือนว่าธนาคารอื่น ๆ ที่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น

และเรารู้ทุกธนาคารแตกต่างกัน พวกเขาทั้งหมดจะมีตัวเลือกบัญชีผลิตภัณฑ์ทางการเงินและผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน

คุณเลือกใคร? ขอแบ่งมันทิ้ง

รายชื่อธนาคารที่ดีที่สุดแห่งชาติในปี 2561
1.การไล่ล่า
2.ธนาคารซิตี้แบงก์
3.BBVA
4.PNC
5.ธนาคารแห่งอเมริกา
6.ธนาคาร TD
7.Wells Fargo

มีปัจจัยหลายอย่างที่เข้าสู่การสร้างรายชื่อธนาคารที่ดีที่สุดเช่นจำนวนสาขาค่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินการบริการลูกค้าอัตราดอกเบี้ยและอื่น ๆ อีกมากมาย

ข้อควรระวังสำคัญประการหนึ่งในการทำความเข้าใจในขณะที่คุณกำลังดูรายการของฉันอยู่ธนาคารเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเป็นที่นิยมมากที่สุด แต่อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณและเงินของคุณ

การไล่ล่า
เหตุผลในการเลือก Chase เป็นที่ชัดเจน: โบนัส!

Chase เป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศโดยขึ้นอยู่กับขนาดของสินทรัพย์ วิธีหนึ่งที่ดึงดูดลูกค้าใหม่จำนวนมากคือการเสนอโบนัสสมัครสมาชิก

หากคุณตัดสินใจที่จะเปิดบัญชีเช็คอินใหม่ที่ Chase คุณจะได้รับเงินสูงสุด 200 เหรียญ ด้วยบัญชีออมทรัพย์คุณจะได้รับเงิน 150 เหรียญ

การมีคุณสมบัติสำหรับโบนัสเป็นเรื่องง่าย สิ่งที่คุณต้องทำคือการตั้งค่า a Chase Checking ทั้งหมด บัญชีและตั้งค่าเงินฝากโดยตรง สำหรับ Chase Savings บัญชีฝากเงิน $ 10,000 – ภายใน 20 วันทำการ – และรักษาความสมดุลเป็นเวลา 90 วันแล้วคุณจะได้รับเช็คโบนัส $ 150

ธนาคารซิตี้แบงก์
แตกต่างจากธนาคารอื่น ๆ ในรายการของเรา Citi มีเฉพาะเจาะจงที่พวกเขาเชี่ยวชาญ Citibank เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับทุกคนที่มี บัญชีเงินลงทุนขนาดใหญ่, เงินออมจำนวนมากหรือมีเงินกู้หรือบัตรเครดิตผ่าน Citi แล้ว

เช่นเดียวกับ Chase Citi ให้โบนัสสำหรับการเปิดบัญชี แต่มีข้อกำหนดที่สูงส่งบางอย่างที่คุณต้องเจอก่อน

หากคุณต้องการได้รับโบนัส $ 300 คุณต้องวางเงินมัดจำอย่างน้อย 15,000 เหรียญในแพคเกจ Citibank Account หรือคุณจะได้รับเงิน 500 เหรียญโดยการใส่อย่างน้อย 50,000 เหรียญใน แพคเกจ Citi Priority Account.

ยิ่งคุณใช้บัตรเครดิตและบริการ Citi มากเท่าไหร่คุณก็จะได้รับ ThankYou Points. นี่เป็นส่วนหนึ่งของระบบรางวัลของพวกเขาและคุณสามารถใช้คะแนนเหล่านี้แลกรับบัตรของขวัญซื้อแลกรับเที่ยวบินและอื่น ๆ อีกมากมาย

หากคุณมี Citi ThankYou Premier Card หรือ Citi Prestige Card คะแนนของคุณจะคุ้มค่ามากขึ้น

BBVA
BBVA Compass Bank ไม่ใช่ธนาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดในบัญชีของเรา แต่คุณไม่ควรนับไว้ในการค้นหา เหตุผลหนึ่งที่ฉันใส่ไว้ในรายการนี้เป็นเพราะบัญชีเช็คฟรีและซีดีของพวกเขา

BBVA Compass มีซีดี 12 เดือนซึ่งมี APY 1.25% ในขณะนี้ซึ่งเป็นหนึ่งใน APY ที่สูงที่สุดที่คุณจะพบ บัญชีตรวจสอบฟรีของพวกเขามีค่าธรรมเนียม $ 25 เพื่อเปิด แต่พวกเขาได้เขียนเช็คไม่ จำกัด การเข้าถึง ATM และเงินฝากเช็คออนไลน์และมือถือ

หนึ่งประโยชน์เพิ่มเติมของ BBVA คือคุณสามารถเปิดบัญชีออนไลน์ได้ เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว

ธนาคาร PNC
เครื่องมือทางการเงินของ PNC ได้ทำให้เป็นหนึ่งในธนาคารที่ดีที่สุดในประเทศ

ธนาคารในสหรัฐฯ

ธนาคารในสหรัฐอเมริกามีหลายธนาคาร เช่น Bank of America, US Bank, Well Fargos และอื่นๆ ฯลฯ ในแต่ละรัฐจะมีทั้งธนาคารใหญ่ๆ และธนาคารท้องถิ่นที่ชื่อของธนาคารอาจไม่คุ้นหูนักศึกษา ในวันปฐมนิเทศก์นักศึกษาใหม่ International Student Officer ประจำมหาวิทยาลัยนั้นๆ จะแจกเอกสารหรือคู่มือที่นักศึกษาควรทราบ ซึ่งภายในเนื้อเรื่อง จะมีการกล่าวถึงธนาคารที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานศึกษานั้นๆด้วย อนึ่งในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยที่ตอบรับนักศึกษาเข้าเรียนภายใต้หัวข้อ International Student Office นักศึกษาก็สามารถเข้าไปค้นหา ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการเงินการธนาคารได้ ก่อนเดินทางไปฟังปฐมนิเทศก์ที่มหาวิทยาลัย

รายชื่อ Top 10 Banks ธนาคารในสหรัฐอเมริกา มีดังนี้คือ

  1. Bank of America Corp. มี Headquarters อยู่ที่ Charlotte, N.C.
  2. J.P.Morgan Chase & Company มี Headquarters อยู่ที่ New York, NY
  3. Citigroup มี Headquarters อยู่ที่ New York, NY
  4. Wells Fargo & Company มี Headquarters อยู่ที่ San Francisco, CA
  5. Goldman Sachs Group,Inc, The มี Headquarters อยู่ที่ New York, NY
  6. Morgan Stanley มี Headquarters อยู่ที่ New York, NY
  7. Metlife Inc. มี Headquarters อยู่ที่ New York, NY
  8. Barclays Group US Inc. มี Headquarters อยู่ที่ Wilmington, DE
  9. Taunus Corporation มี Headquarters อยู่ที่ New York, NY
  10. HSBC North America Holdings Inc. มี Headquarters อยู่ที่ New York, NY

Source: Federal Reserve System, National Information Center as of June30, 2010 ( http://www.ffiec.gov/nicpubweb/nicweb/top50form.aspx) ถ้าใช้ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2012 JP Morgan จะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ส่วน Bank of America Corp จะเลื่อนลงไปอยู่อันดับที่ 2 ส่วนลำดับที่ 6-10 จะมีการเปลี่ยนแปลงไป

อนึ่ง นักเรียนนักศึกษาไม่สามารถเปิดบัญชีกับธนาคารพาณิชย์ของคนไทยที่ไปตั้งสาขาอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ หากมีข้อสงสัย โปรดสอบถามกับเจ้าหน้าที่ธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยที่นักศึกษาสนใจ และทราบว่ามีสาขาของธนาคารแห่งนั้นตั้งอยู่ในต่างประเทศ โดยอาจสอบถามกับเจ้าหน้าที่ด้านต่างประเทศของธนาคารแห่งนั้นๆ

หลักเกณฑ์การเลือกเปิดบัญชีธนาคารเวลาไปศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกา

  1. เลือกธนาคารที่ตั้งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย ที่เรากำลังศึกษาอยู่ หรือ ใกล้กับหอพัก เพื่อความสะดวกในการเดินทาง แม้บางเมืองที่ไปศึกษาต่อจะไม่มีชื่่อธนาคารใหญ่ๆที่เราคุ้นหู นักศึกษาก็จำเป็นต้องเปิดบัญชีกับธนาคารท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ๆนั้น เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางไปทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการฝากเงิน หรือถอนเงิน

ตามที่ได้เกริ่นไว้ข้างต้นแล้วว่า เว็บไซต์ของสถานศึกษาที่ตอบรับนักศึกษาเข้าเรียนในหน้าที่เกี่ยวข้องกับ International Student Office จะแจ้งรายชื่อธนาคารที่อยู่ในละแวกเดียวกับที่สถานศึกษานั้นตั้งอยู่ บางสถานศึกษาจะมีธนาคารตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำไป ดังนั้น นักศึกษาไม่ต้องกังวลในเรื่อง 1. จะเปิดบัญชีกับธนาคารชื่ออะไรดี 2. การเปิดบัญชีธนาคารจะยุ่งยากไหม ให้สังเกตว่า ในรายการปฐมนิเทศก์นักศึกษาใหม่ ( Orientation) หัวข้อประกอบการบรรยายทุกครั้ง คือ การแนะนำการเปิดบัชีกับธนาคาร ในวันปฐมนิเทศก์ยังจะมีตัวแทนจากธนาคารต่างๆที่ตั้งอยู่ในละแวกเดียวกับมหาวิทยาลัยเข้ามาทำการประชาสัมพันธ์และอธิบายวิธีการเปิดบัญชีธนาคาร พร้อมทั้งมีของชำร่วย และทางเลือกของการใช้เครื่องมือทางการเงินอีกมากมายไว้ให้ผู้เปิดบัญชีใหม่ด้วย

  1. นักศึกษาควรสอบถามเพิ่มเติม ถึงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อใช้เปรียบเทียบในการเลือกธนาคาร
  2. ธนาคารบางแห่งมีข้อเสนอพิเศษ ที่เพิ่มแรงจูงใจให้นักศึกษาอยากฝากเงินที่ธนาคารนั้นๆ เช่น มีสมุดเขียนเช็คแจกฟรี ในการเปิดบัญชี Checking account ครั้งแรก
  3. นักศึกษาบางท่านมีความละเอียดรอบคอบ ที่จะถามเจ้าหน้าที่ธนาคารก่อนล่วงหน้า ในเรื่องอัตราค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียมแรกเข้าบัตรเดบิตของธนาคารในสหรัฐฯ, ค่าธรรมเนียมการซื้อสมุดเช็ค, ค่าธรรมเนียมการโอนเงิน, ระยะเวลาที่ใช้ในการรับเงินโอนจากประเทศไทย, บริการเสริมพิเศษที่ธนาคารแห่งนั้นมี แต่ธนาคารอื่นอาจไม่มี เป็นต้น ข้อมูลที่นักศึกษาได้รับจะเป็นประโยชน์แก่นักศึกษาในการเลือกเปิดบัญชีกับธนาคารว่า ควรเลือกธนาคารแห่งใดดี

ในประเทศสหรัฐอเมริกามีการสอนนักเรียนระดับมัธยมศึกษตอนปลายให้รู้จักการใช้ธนาคารและบริการทางการเงิน มีวิดีโอที่นักศึกษาสามารถค้นคว้าหาข้อมูลเหล่านี้ได้ด้วยตนเองก่อนเดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ยกตัวอย่างวิดีโอเกี่ยวกับการเงินและการธนาคารที่น่าสนใจชุดหนึ่ง เป็นชุดวิดีโอที่ผลิตโดย นักศึกษาที่กำลังจะเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐฯควรซ้อมฟังวิดีโอชุดดังกล่าวเพื่อเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษและวิธีการไปติดต่อทำธุรกรรมกับธนาคาร วิดีโอชุดดังกล่าวสามารถหาดูได้

ท้ายเรื่องนี้ขอยกตัวอย่างรายชื่อเว็บไซต์ของธนาคารใหญ่ๆ ในสหรัฐซึ่งนักศึกษา สามารถเข้าไปศึกษาก่อนล่วงหน้าเดินทางไปถึงสหรัฐอเมริกา เช่น วิธีการฝากและถอนเงิน ค่าธรรมเนียมในการโอนเงินที่ธนาคารในประเทศสหรัฐอเมริกาเรียกเก็บจากลูกค้า ก่อนที่นักศึกษาจะได้รับเงินที่ส่งไปจากประเทศไทย นักศึกษาจะต้องถูกหักค่าโอนเงินจากธนาคารในสหรัฐอเมริกาด้วย

ธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยจะคิดค่าธรรมเนียมในการโอนเงินแตกต่างกัน โดยธนาคารบางแห่ง จะชี้แจงค่าธรรมเนียมในการโอนทั้งฝั่งไทยและฝั่งสหรัฐฯ บางแห่งจะชี้แจงเฉพาะฝั่งไทยฝั่งเดียว กฎระเบียบนี้เกิดขึ้นกับการโอนเงินไปทุกธนาคารในต่างประเทศ ไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะกับธนาคารในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

ธนาคารมักใช้คำศัพท์เรียกค่าธรรมเนียมในการโอนเงินระหว่างประเทศดังนี้

  1. Charge Ben ( Charge Beneficiary) หมายถึง ค่าธรรมเนียมเงินโอน ที่ผู้รับผลประโยชน์ปลายทางต้องเป็นผู้รับภาระในการจ่ายเองก่อนที่จะได้รับเงินทั้งก้อนทีผู้โอนจากประเทศไทยโอนไปเข้าบัญชีผู้รับในต่างประเทศ
  2. Charge our หมายถึง ผู้โอนออกจากประเทศไทยต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจ่ายค่าธรรมเนียมทั้งสองฝั่ง เช่น ผู้ปกครองจากเมืองไทย จ่ายค่าธรรมเนียมในการโอนเงินทั้งที่เมืองไทยและที่ต่างประเทศ เพื่อให้ผู้รับปลายทางได้รับเงินโอนเต็มจำนวน โดยไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใดๆเพิ่มอีก แต่อย่างไรก็ตาม อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเกิดขึ้นได้อีกเล็กน้อย ถ้านักศึกษาท่านนั้นอยู่ในเมืองเล็กๆ ซึ่งอาจจะมีค่าธรรมเนียมที่ธนาคารท้องถิ่นเล็กๆนั้นคิดเพิ่ม