Post title marquee scroll

จุดกำเนิดธนาคารกลางสหรัฐ มาจากอะไร?

จุดกำเนิดธนาคารกลางสหรัฐ มาจากอะไร? รู้หรือไม่ว่า..กว่าธนาคารกลางสหรัฐจะเกิดขึ้นมา
นครนิวยอร์กเกือบล้มละลายต้นตอของเรื่องนี้เกิดมาจาก
คุณ Heinze เจ้าของธุรกิจเหมืองแร่ทองแดง เมื่อ 112 ปีที่แล้วแล้วธุรกิจเหมืองแร่ เกี่ยวอะไรกับธนาคารกลางสหรัฐ?

ธนาคารกลางดำเนินนโยบายการเงินอย่างไร? | THE MOMENTUM

เราจะเล่าให้ฟังคุณ Fritz Augustus Heinze เกิดในเมืองบรุกลิน นครนิวยอร์ก
โดยครอบครัวของเขาเป็นผู้อพยพ คุณพ่อเป็นชาวยิว และคุณแม่เป็นชาวไอร์แลนด์จุดเริ่มต้นการทำธุรกิจของคุณ Heinze เกิดขึ้นหลังจากจบการศึกษาที่ Columbia University’s School of Minesทั้งๆ ที่ครอบครัวอยากให้เขาศึกษาต่อ แต่เขากลับตัดสินใจเริ่มต้นทำงานเป็นวิศวกรเหมืองแร่ ที่รัฐมอนแทนาหลังจากนั้นไม่นาน คุณ Heinze ตัดสินใจเริ่มต้นสร้างธุรกิจเหมืองแร่ของตัวเองขึ้นมา..แต่ปัญหาหลักๆ คือ สมัยนั้นมีสองบริษัทที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ ทั้ง William A. Clark และ Marcus Daly ที่ได้รับฉายาเป็น ราชาแห่งแร่ทองแดงแล้วคุณ Heinze มีกลยุทธ์อย่างไร?กลยุทธ์แรกคือ การลดชั่วโมงการทำงานของคนงานเหมืองจาก 10 ชั่วโมงเป็น 8 ชั่วโมง เรื่องนี้ทำให้คนงานเหมืองในสมัยนั้น ยกย่องว่าเขาเป็น ฮีโร่กลยุทธ์ที่สอง คือ คุณ Heinze อาศัยช่องว่างทางกฎหมายช่องว่างดังกล่าวทำให้คนงานเหมืองภายใต้บริษัทของเขาสามารถขุดเหมืองแร่ข้ามอาณาเขตของเหมืองในละแวกใกล้เคียงได้อย่างไม่ผิดกฎหมาย..ทั้งหมดนี้ทำให้ธุรกิจของคุณ Heinze ในวัย 33 ปีเติบโตอย่างรวดเร็วจนในที่สุด เขาสามารถจดทะเบียนบริษัท United Copper Company ที่มูลค่าระดับ 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีกำลังการผลิตแร่ทองแดงประมาณ 18,000 ตันต่อปีแล้วอุตสาหกรรมทองแดงของเขาไปเกี่ยวอะไรกับ ธนาคารกลางสหรัฐ?จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่คุณ Heinze เริ่มเข้ามามีบทบาทใน Wall Street..คุณ Heinze ขยายสำนักงานบริษัท United Copper มาที่นครนิวยอร์ก และเริ่มเข้าสู่แวดวงธุรกิจธนาคารเขาเป็นพันธมิตรกับคุณ Charles Wyman Morse ผู้ที่มีตำแหน่งระดับสูงในธุรกิจธนาคารกว่า 13 แห่งในสหรัฐอเมริกานอกจากนี้ คุณ Heinze ยังจับมือกับพี่น้องในตระกูลอย่าง คุณ Otto และ Arthur Heinze เจ้าของบริษัทหลักทรัพย์เมื่อความโลภเข้าครอบงำ
หายนะก็เริ่มต้นขึ้น..เป้าหมายแรกของพี่น้องตระกูล Heinze คือ การปั่นหุ้นบริษัทตนเอง เพราะเชื่อว่าตระกูลของเขาครอบครองหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท และสามารถสร้างราคาที่สูงกว่าความจริงได้เมื่อเจ้าของบริษัททุนต่ำ มีปริมาณหุ้นมาก การซื้อหุ้นไล่ราคาก็เริ่มต้นขึ้นพี่น้องตระกูล Heinze มองว่า ถ้ากว้านซื้อหุ้นบริษัทมาในจำนวนมาก ก็จะสามารถสร้าง Demand หุ้นตัวดังกล่าวได้และท้ายที่สุดนักเก็งกำไรจะต้องมารับช่วงต่อซื้อหุ้นในราคาที่แพงขึ้นแต่สิ่งที่คาดการณ์ไว้กลับผิดพลาดทั้งหมด..เมื่อราคาหุ้นถูกปั่นไปสูง ไม่มีคนมารับช่วงต่อ ก็เปรียบเสมือนจรวดที่เชื้อเพลิงหมด ยิ่งขึ้นสูงไปเท่าไร ก็ยิ่งตกลงมาอย่างน่ากลัวราคาหุ้นของ United Copper ตกอย่างรุนแรงด้วยแรงขายอย่างหนักจากราคาหุ้นละ 62 ดอลลาร์สหรัฐตกลงเหลือเพียง 15 ดอลลาร์สหรัฐในสองวัน ส่งผลให้ ตระกูล Heinze ขาดทุนมหาศาล..นอกจากนั้นยังไม่พอ เรื่องนี้ยังส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของธุรกิจธนาคารในเครือของคุณ Heinze และเริ่มแผ่วงกว้างไปยังธนาคารอื่นๆและหนึ่งในนั้นก็คือบริษัท Knickerbocker Trust ซึ่งเป็นบริษัททรัสต์ที่ใหญ่สุดเป็นอันดับ 3 ของนครนิวยอร์ก และมีความเชื่อมโยงกับการปั่นหุ้น United Copper โดยตรงเมื่อความน่าเชื่อถือหมดไป
ความกลัวเริ่มเข้ามาแทนที่..ประชาชนทั่วไปจึงเริ่มถอนเงิน ถอนการลงทุน
เพราะกังวลว่าธนาคารอื่นๆ อาจเป็นแบบธุรกิจตระกูล Heinzeในที่สุดบริษัท Knickerbocker Trust ก็ล้มละลายในปี 1907 เรื่องนี้จึงกลายเป็นเหตุให้ธนาคารในภูมิภาคอื่นๆ พากันถอนเงินสดสำรองออกจากธนาคารในนครนิวยอร์กความกังวลทวีคูณจนกลายเป็นการแห่ถอนเงินทั่วประเทศ จนระบบสถาบันการเงินขาดสภาพคล่อง
ส่งผลให้หลายธุรกิจ และธนาคารล้มละลายเรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์ เรียกกันว่า “วิกฤติการเงินปี 1907” หรือ “วิกฤตินิกเกอร์บอกเกอร์”อย่างไรก็ตามก่อนที่เหตุการณ์นี้จะรุนแรงขึ้นนักการเงินที่ชื่อว่า John Pierpont Morgan หรือ ทุกคนเรียกกันว่า J.P. Morgan ได้ใช้เงินของเขาเข้ามาอุ้มสถาบันการเงินโดยเขาตัดสินใจซื้อพันธบัตรของนครนิวยอร์กมูลค่ากว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อไม่ให้นครนิวยอร์กล้มละลายรวมทั้งยังโน้มน้าวให้นักการเงินคนอื่นๆ ทำเช่นเดียวกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินโดยรวมเอาไว้..ภายหลังเหตุการณ์นี้จึงนำมาสู่การศึกษา และพัฒนาแนวทางระบบควบคุมเงินสำรองของสถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกาจนกระทั่งปี 1913 รัฐสภาผ่านรัฐบัญญัติระบบธนาคารกลาง และสถาปนาระบบธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งมีชื่อว่า Federal Reserve System หรือที่เราเรียกสั้นๆ ว่า Fed ในปัจจุบัน นั่นเอง..เรื่องนี้ให้ข้อคิดอะไรเรา?การโกงหรือการทุจริต ไม่เคยทำให้ใครยั่งยืนในวันที่ทุกอย่างเป็นใจ สิ่งที่ได้รับอาจเป็นกำไร แต่ในวันที่ทุกอย่างถูกเปิดเผย ผลตอบแทนที่ได้อาจจะเป็นความเสียหายที่ประเมินมูลค่าไม่ได้..
และ สิ่งที่เราทำอาจไปมีผลกระทบต่อคนอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องและ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น
ทุกคนก็ควรร่วมหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต เหมือนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ก่อตั้ง Fed ขึ้นมา ซึ่ง Fed ก็มีบทบาทที่สำคัญสำหรับ วิกฤติเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ในเวลาต่อมาอีกหลายครั้ง..