ธนาคารในสหรัฐอเมริกา

ธนาคารในสหรัฐอเมริกามีหลายธนาคาร เช่น Bank of America, US Bank, Well Fargos และอื่นๆ ฯลฯ ในแต่ละรัฐจะมีทั้งธนาคารใหญ่ๆ และธนาคารท้องถิ่นที่ชื่อของธนาคารอาจไม่คุ้นหูนักศึกษา ในวันปฐมนิเทศก์นักศึกษาใหม่ International Student Officer ประจำมหาวิทยาลัยนั้นๆ จะแจกเอกสารหรือคู่มือที่นักศึกษาควรทราบ ซึ่งภายในเนื้อเรื่อง จะมีการกล่าวถึงธนาคารที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานศึกษานั้นๆด้วย อนึ่งในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยที่ตอบรับนักศึกษาเข้าเรียนภายใต้หัวข้อ International Student Office นักศึกษาก็สามารถเข้าไปค้นหา ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการเงินการธนาคารได้ ก่อนเดินทางไปฟังปฐมนิเทศก์ที่มหาวิทยาลัย

รายชื่อ Top 10 Banks ธนาคารในสหรัฐอเมริกา มีดังนี้คือ

  1. Bank of America Corp. มี Headquarters อยู่ที่ Charlotte, N.C.
  2. J.P.Morgan Chase & Company มี Headquarters อยู่ที่ New York, NY
  3. Citigroup มี Headquarters อยู่ที่ New York, NY
  4. Wells Fargo & Company มี Headquarters อยู่ที่ San Francisco, CA
  5. Goldman Sachs Group,Inc, The มี Headquarters อยู่ที่ New York, NY
  6. Morgan Stanley มี Headquarters อยู่ที่ New York, NY
  7. Metlife Inc. มี Headquarters อยู่ที่ New York, NY
  8. Barclays Group US Inc. มี Headquarters อยู่ที่ Wilmington, DE
  9. Taunus Corporation มี Headquarters อยู่ที่ New York, NY
  10. HSBC North America Holdings Inc. มี Headquarters อยู่ที่ New York, NY

Source: Federal Reserve System, National Information Center as of June30, 2010 ( http://www.ffiec.gov/nicpubweb/nicweb/top50form.aspx) ถ้าใช้ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2012 JP Morgan จะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ส่วน Bank of America Corp จะเลื่อนลงไปอยู่อันดับที่ 2 ส่วนลำดับที่ 6-10 จะมีการเปลี่ยนแปลงไป

อนึ่ง นักเรียนนักศึกษาไม่สามารถเปิดบัญชีกับธนาคารพาณิชย์ของคนไทยที่ไปตั้งสาขาอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ หากมีข้อสงสัย โปรดสอบถามกับเจ้าหน้าที่ธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยที่นักศึกษาสนใจ และทราบว่ามีสาขาของธนาคารแห่งนั้นตั้งอยู่ในต่างประเทศ โดยอาจสอบถามกับเจ้าหน้าที่ด้านต่างประเทศของธนาคารแห่งนั้นๆ

หลักเกณฑ์การเลือกเปิดบัญชีธนาคารเวลาไปศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกา

  1. เลือกธนาคารที่ตั้งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย ที่เรากำลังศึกษาอยู่ หรือ ใกล้กับหอพัก เพื่อความสะดวกในการเดินทาง แม้บางเมืองที่ไปศึกษาต่อจะไม่มีชื่่อธนาคารใหญ่ๆที่เราคุ้นหู นักศึกษาก็จำเป็นต้องเปิดบัญชีกับธนาคารท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ๆนั้น เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางไปทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการฝากเงิน หรือถอนเงิน

ตามที่ได้เกริ่นไว้ข้างต้นแล้วว่า เว็บไซต์ของสถานศึกษาที่ตอบรับนักศึกษาเข้าเรียนในหน้าที่เกี่ยวข้องกับ International Student Office จะแจ้งรายชื่อธนาคารที่อยู่ในละแวกเดียวกับที่สถานศึกษานั้นตั้งอยู่ บางสถานศึกษาจะมีธนาคารตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำไป ดังนั้น นักศึกษาไม่ต้องกังวลในเรื่อง 1. จะเปิดบัญชีกับธนาคารชื่ออะไรดี 2. การเปิดบัญชีธนาคารจะยุ่งยากไหม ให้สังเกตว่า ในรายการปฐมนิเทศก์นักศึกษาใหม่ ( Orientation) หัวข้อประกอบการบรรยายทุกครั้ง คือ การแนะนำการเปิดบัชีกับธนาคาร ในวันปฐมนิเทศก์ยังจะมีตัวแทนจากธนาคารต่างๆที่ตั้งอยู่ในละแวกเดียวกับมหาวิทยาลัยเข้ามาทำการประชาสัมพันธ์และอธิบายวิธีการเปิดบัญชีธนาคาร พร้อมทั้งมีของชำร่วย และทางเลือกของการใช้เครื่องมือทางการเงินอีกมากมายไว้ให้ผู้เปิดบัญชีใหม่ด้วย

  1. นักศึกษาควรสอบถามเพิ่มเติม ถึงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อใช้เปรียบเทียบในการเลือกธนาคาร
  2. ธนาคารบางแห่งมีข้อเสนอพิเศษ ที่เพิ่มแรงจูงใจให้นักศึกษาอยากฝากเงินที่ธนาคารนั้นๆ เช่น มีสมุดเขียนเช็คแจกฟรี ในการเปิดบัญชี Checking account ครั้งแรก
  3. นักศึกษาบางท่านมีความละเอียดรอบคอบ ที่จะถามเจ้าหน้าที่ธนาคารก่อนล่วงหน้า ในเรื่องอัตราค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียมแรกเข้าบัตรเดบิตของธนาคารในสหรัฐฯ, ค่าธรรมเนียมการซื้อสมุดเช็ค, ค่าธรรมเนียมการโอนเงิน, ระยะเวลาที่ใช้ในการรับเงินโอนจากประเทศไทย, บริการเสริมพิเศษที่ธนาคารแห่งนั้นมี แต่ธนาคารอื่นอาจไม่มี เป็นต้น ข้อมูลที่นักศึกษาได้รับจะเป็นประโยชน์แก่นักศึกษาในการเลือกเปิดบัญชีกับธนาคารว่า ควรเลือกธนาคารแห่งใดดี

ในประเทศสหรัฐอเมริกามีการสอนนักเรียนระดับมัธยมศึกษตอนปลายให้รู้จักการใช้ธนาคารและบริการทางการเงิน มีวิดีโอที่นักศึกษาสามารถค้นคว้าหาข้อมูลเหล่านี้ได้ด้วยตนเองก่อนเดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ยกตัวอย่างวิดีโอเกี่ยวกับการเงินและการธนาคารที่น่าสนใจชุดหนึ่ง เป็นชุดวิดีโอที่ผลิตโดย นักศึกษาที่กำลังจะเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐฯควรซ้อมฟังวิดีโอชุดดังกล่าวเพื่อเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษและวิธีการไปติดต่อทำธุรกรรมกับธนาคาร วิดีโอชุดดังกล่าวสามารถหาดูได้

ท้ายเรื่องนี้ขอยกตัวอย่างรายชื่อเว็บไซต์ของธนาคารใหญ่ๆ ในสหรัฐซึ่งนักศึกษา สามารถเข้าไปศึกษาก่อนล่วงหน้าเดินทางไปถึงสหรัฐอเมริกา เช่น วิธีการฝากและถอนเงิน ค่าธรรมเนียมในการโอนเงินที่ธนาคารในประเทศสหรัฐอเมริกาเรียกเก็บจากลูกค้า ก่อนที่นักศึกษาจะได้รับเงินที่ส่งไปจากประเทศไทย นักศึกษาจะต้องถูกหักค่าโอนเงินจากธนาคารในสหรัฐอเมริกาด้วย

ธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยจะคิดค่าธรรมเนียมในการโอนเงินแตกต่างกัน โดยธนาคารบางแห่ง จะชี้แจงค่าธรรมเนียมในการโอนทั้งฝั่งไทยและฝั่งสหรัฐฯ บางแห่งจะชี้แจงเฉพาะฝั่งไทยฝั่งเดียว กฎระเบียบนี้เกิดขึ้นกับการโอนเงินไปทุกธนาคารในต่างประเทศ ไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะกับธนาคารในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

ธนาคารมักใช้คำศัพท์เรียกค่าธรรมเนียมในการโอนเงินระหว่างประเทศดังนี้

  1. Charge Ben ( Charge Beneficiary) หมายถึง ค่าธรรมเนียมเงินโอน ที่ผู้รับผลประโยชน์ปลายทางต้องเป็นผู้รับภาระในการจ่ายเองก่อนที่จะได้รับเงินทั้งก้อนทีผู้โอนจากประเทศไทยโอนไปเข้าบัญชีผู้รับในต่างประเทศ
  2. Charge our หมายถึง ผู้โอนออกจากประเทศไทยต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจ่ายค่าธรรมเนียมทั้งสองฝั่ง เช่น ผู้ปกครองจากเมืองไทย จ่ายค่าธรรมเนียมในการโอนเงินทั้งที่เมืองไทยและที่ต่างประเทศ เพื่อให้ผู้รับปลายทางได้รับเงินโอนเต็มจำนวน โดยไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใดๆเพิ่มอีก แต่อย่างไรก็ตาม อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเกิดขึ้นได้อีกเล็กน้อย ถ้านักศึกษาท่านนั้นอยู่ในเมืองเล็กๆ ซึ่งอาจจะมีค่าธรรมเนียมที่ธนาคารท้องถิ่นเล็กๆนั้นคิดเพิ่ม

โอกาสอ่อนค่า Brexit..

โอกาสอ่อนค่า Brexit มองว่าธนาคารผ่อนคลายความเคลื่อนไหวที่วางแผนไว้ที่ดับลิน

ความสนใจในธนาคารที่ย้ายจากสหราชอาณาจักรไปยังไอร์แลนด์ลดลงหลังจากที่เทเรซาเมย์ส่วนใหญ่ผอมลง (PA)

ความสนใจในธนาคารที่ย้ายจากสหราชอาณาจักรไปยังไอร์แลนด์ลดลงหลังจากที่เทเรซาเมย์ส่วนใหญ่ผอมลง (PA)

เจ้าหน้าที่ระดับสูงได้เห็นการลดลงของระดับและความรุนแรงของการสอบถามข้อมูลจาก บริษัท เงินทุนที่ต้องการจัดตั้งร้านค้าในดับลินหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปของสหราชอาณาจักรนำไปสู่โอกาสของ Brexit ที่อ่อนลง

ธนาคาร บริษัท ประกันภัยและผู้จัดการสินทรัพย์กำลังปรับแผนกลับมาใช้ใหม่เพื่อรอดูสถานการณ์หลังจาก Theresa May สูญเสียเสียงส่วนใหญ่ของเธอ

ผู้บริหารบางคนมองว่าผลการเลือกตั้งเป็นการเพิ่มโอกาสที่สหราชอาณาจักรจะอยู่ในตลาดเดียวทำให้ บริษัท ที่อยู่ในกรุงลอนดอนสามารถขายบริการทางการเงินต่อไปยังสหภาพยุโรปได้

ธนาคารกลางของไอร์แลนด์ไม่ได้รับคำขออย่างเป็นทางการในการอนุมัติสถาบันสินเชื่อในช่วงครึ่งปีแรก

ยังคงคณะกรรมาธิการธนาคารกลางกล่าวว่า บริษัท ได้แสดงความสนใจเพียงพอในฐานชาวไอริชที่จะแสดงให้เห็นถึงการเสริมความแข็งแกร่งของกิจกรรม – องค์กรอนุมัติการสร้างตำแหน่งใหม่ 26 ตำแหน่งสำหรับผู้อำนวยการสถาบันสินเชื่อ

แบงก์ออฟอเมริกาเลือกดับลินเป็นศูนย์กลางของสหภาพยุโรปที่ต้องการในเดือนที่ผ่านมาในขณะที่ JP Morgan ซื้อตึกสำนักงานใจกลางเมืองที่วางแผนไว้ซึ่งสามารถรองรับได้มากถึง 1,000 คน

ธนาคารบางแห่งยังคงวางแผนที่จะสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงภูมิภาคยูโร Deutsche Bank AG คาดการณ์ว่าจะมี Brexit ที่หนักหน่วงด้วยแผนการจอง“ ส่วนใหญ่” ของธุรกิจการค้าในแฟรงก์เฟิร์ต John Cryan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวในข้อความวีดิโอที่อัดแน่นถึงพนักงาน 98,000 คนเมื่อเดือนที่แล้ว

บริษัท โทรศัพท์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรั้งอันดับ Energy Bill 5G

บริษัท โทรศัพท์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรั้งอันดับ Energy Bill 5G

บริษัท โทรศัพท์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรั้งอันดับ Energy Bill 5G
บริษัท โทรศัพท์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรั้งอันดับ Energy Bill 5G

(Bloomberg) – เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมยุคต่อไปอาจเป็นกุญแจสำคัญในการยุติความซบเซาในอุตสาหกรรมหลายปี แต่มันก็พร้อมที่จะสร้างสถานการณ์ที่ยากลำบากสำหรับ บริษัท โทรศัพท์ในยุโรป

ผู้ให้บริการใช้จ่าย $ 80 พันล้านเพื่อเป็นเสาอากาศของโลกเมื่อปีที่แล้ว โอกาสของการเพิ่มการใช้จ่ายด้านไฟฟ้า – ความต้องการพลังงานสามารถเพิ่มขึ้นสามเท่าด้วยการแนะนำอุปกรณ์ 5G ตามอุตสาหกรรม GSMA – จะไม่นั่งกับ บริษัท โทรศัพท์ที่ดิ้นรนเพื่อจ่ายเงินปันผล ในเวลาเดียวกัน บริษัท ต่าง ๆ เช่น BT Group Plc และ Vodafone Group Plc ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและจะต้องเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ผู้ให้บริการกำลังจะเปิดตัวอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานจำนวนมากพวกเขายังสัญญาว่าจะช่วยโลกด้วย และกองทุนก็แน่น การทำทุกอย่างให้สำเร็จในเวลาเดียวกันอาจเป็นไปได้สูง

Jerker Berglund ที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรมของ JB Sustainable Approach AB กล่าวว่าหากพวกเขาตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานสำหรับการใช้พลังงานโดยรวมและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ “ การลดการใช้พลังงานโดยรวมกำลังเป็นเรื่องท้าทาย”

5G สามารถปลดปล่อยความต้องการข้อมูลที่เพิ่มขึ้นถึง 1,000 เท่าสำหรับการเชื่อมต่อโรงงานและรถยนต์และอุปกรณ์พกพาที่มีกำลังสูงตามข้อมูลจาก GSMA นั่นเป็นโอกาสในการขายที่ไม่อาจต้านทานได้สำหรับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่รายรับยังไม่ฟื้นตัวจากการตกต่ำที่เริ่มในปี 2558

เสาอากาศและเสายุคถัดไปสามารถประหยัดพลังงานได้มากกว่าการใช้ 4G อย่างไรก็ตามการประหยัดพลังงานเหล่านี้อาจทำให้เกิดความต้องการล้นแอพพลิเคชั่นใหม่ ๆ 5G จะเชื่อมโยงสิ่งต่างๆนับพันล้านรายการที่ไม่เคยเชื่อมต่อมาก่อน เพื่อรองรับการเชื่อมต่อใหม่เหล่านี้เสากระโดงอาจมีเสาอากาศมากถึง 128 เสาเทียบกับเพียงสี่หรือแปดเสาเสาทั่วไป สัญญาณที่กระเด้งผ่านเมืองต่างๆอาจต้องการตัวส่งสัญญาณและตัวรับสัญญาณหลายพันตัวเพื่อติดตั้งบนหลังคาบ้านและเฟอร์นิเจอร์ถนน ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะต้องใช้แบนด์วิดท์มากขึ้นและมีกำลังมากขึ้น

แม้ว่าเสาอากาศและเสา 5G สามารถประหยัดพลังงานได้มากกว่าชุด 4G ถึงสิบเท่า แต่เทคโนโลยีใหม่นี้จะเชื่อมโยงสิ่งต่างๆนับพันล้านรายการที่ไม่เคยเชื่อมต่อมาก่อน เสา 5G อาจมีเสาอากาศมากถึง 128 เสาเทียบกับเสาสี่หรือแปดเสา สัญญาณที่กระเด้งผ่านเมืองต่างๆอาจต้องการตัวส่งสัญญาณและตัวรับสัญญาณหลายพันตัวเพื่อติดตั้งบนหลังคาบ้านและเฟอร์นิเจอร์ถนน ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะต้องใช้แบนด์วิดท์มากขึ้นและมีกำลังมากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้นผู้ให้บริการไม่สามารถเสียค่าใช้จ่ายในการแลกเปลี่ยนอุปกรณ์ทั้งหมดในคราวเดียว Berglund กล่าว การวางตลาดจะต้องเกิดขึ้นอย่างช้าๆเสากระโดงจำนวนมากจะยังคงมีเสาอากาศ 4G, 3G และ 2G ที่มีประสิทธิภาพน้อยกว่าพร้อมกับ 5G สถานการณ์นี้อาจใช้เวลานานหลายปี – ชุดอุปกรณ์ 3G บางตัวยังคงใช้งานได้ในอีก 18 ปีหลังจากมีการเปิดตัวเทคโนโลยีดังกล่าว

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Covering Climate Now ความร่วมมือระดับโลกของช่องข่าวกว่า 250 แห่งเพื่อเน้นเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ค่าไฟฟ้าคิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโดยเฉลี่ยของผู้ให้บริการเครือข่ายจาก Nokia และการเพิ่มขึ้นนี้จะกดดันงบดุลเมื่ออุตสาหกรรมไม่ได้อยู่ในที่ที่เหมาะสม Vodafone ได้ลดการจ่ายเงินปันผลเพื่อประหยัดเงินสดเพื่อจ่ายให้กับสเปกตรัมและการลงทุน นักวิเคราะห์ของ Bank of America เมอร์ริลลินช์กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่าพวกเขาคาดหวังว่า BT จะลดการจ่ายเงินปันผลได้มากถึง 40% เพื่อใช้จ่ายด้านเงินทุนและลดราคา

“ เมื่อเราบริโภคมากขึ้นกำลังจะเพิ่มขึ้นและอุตสาหกรรมกำลังพยายามทำให้สิ่งเหล่านั้นลงไปให้มากที่สุด” เฮนรีแคลเวิร์ตหัวหน้าฝ่ายเครือข่ายในอนาคตที่ GSMA องค์กรการค้าอุตสาหกรรมมือถือกล่าว “ มีกิจกรรมมากมายในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการสร้างพลังที่เราใช้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

แต่สิ่งที่ผู้ให้บริการแก้ไขทำเพื่อลดค่าใช้จ่ายพลังงาน – การแชร์เครือข่ายการใช้เสากระโดงเพื่อลดพลังงานอัตโนมัติในเวลาที่มีความต้องการข้อมูลต่ำแนะนำ “การก่อตัวของลำแสง” เพื่อให้เสาอากาศอัจฉริยะสามารถระบุอุปกรณ์แทนการสูบจ่ายข้อมูลโดยไม่เลือก การใช้งานสร้างความท้าทายสำหรับการบรรลุเป้าหมายการปล่อยมลพิษ

ยกตัวอย่างเช่น Deutsche Telekom AG ลดการปล่อยคาร์บอน 90% ระหว่างปี 2560 ถึง 2030 โดยรวมแล้วผู้ให้บริการในยุโรปจะต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 6 ล้านเมตริกตันภายใน 11 ปีเพื่อบรรลุเป้าหมายคาร์บอนนักวิเคราะห์ของ BloombergNEF กล่าวในบันทึกการวิจัย

รู้ไหม? ธนบัตรของอเมริกามีอะไรซ่อนอยู่

1. ธนบัตร 5 ดอลลาร์ บริเวณรอบๆ ขอบธนบัตรจะมีคำว่า ” FIVE DOLLARS” มากมาย

2. บนโล่สัญลักษณ์ของหน่วย Great Seal บนธนบัตร 5 ดอลลาร์ มีคำว่า “E PLURIBUS UNUM” และ “USA

3. บนเลข 5 ด้านหลังธนบัตร 5 ดอลลาร์ มีคำว่า “USA FIVE” พิมพ์ไว้ตรงหางของตัวเลข

4. ในธนบัตร 5 ดอลลาร์ ภาพอนุสาวรีย์ลินคอล์น มีชื่อของแต่ละรัฐในประเทศอยู่

ต่อไปข้อมูลธนบัตร 10 ดอลลาร์

1. ป้าย HAMILTON มีตัวอักษรเล็กๆ เขียนว่า “The United States Of America” และ “Ten Dollars”

2. และบริเวณด้านข้างของธนบัตรด้วย

3. ด้านล่างรูปคบเพลิงมีคำว่า “USA 10” ซ่อนอยู่

ธนบัตร 20 ดอลลาร์

1. ตรงตัวอักษร Twenty USA มีคำว่า “USA20” ตัวเล็กๆ ล้อมอยู่โดยรอบ


2. คำว่า “The United States Of America 20 USA 20 USA” ปรากฎอยู่บนหรอบสีดำใกล้ๆ ตัวเลข 20

ธนบัตร 50 ดอลลาร์


1. ขอบด้านซ้ายของธนบัตรมีคำว่า “Fifty” และภายในเครื่องหมายรูปดาวมีคำว่า “Fifty” “USA” และ “50”

2. คำว่า “The United States Of America” ถูกสลักไว้บนคอเสื้อของประธานาธิบดี

ธนบัตร 100 ดอลลาร์

1. มีคำว่า “The United States Of America” พิมพ์อยู่บนปกเสื้อบุคคลสำคัญของสหรัฐอเมริกา Benjamin Franklin
2. รอบๆ ลายน้ำมี “USA 100” พิมพ์อยู่
3. “One Hundered USA” เขียนไว้รอบๆ ขนนกสีทอง”
4. ตัวเลข “100”พิมพ์ไว้โดยรอบธนบัตร

Bank of America เปิดตัวตู้เอทีเอ็มวิดีโอแชต


ธนาคารแห่งอเมริกาหรือ Bank of America ประกาศแผนฝังระบบบริการ video conferencing หรือการประชุมผ่านวิดีโอในเครื่องเอทีเอ็ม เพื่อให้ลูกค้าธนาคารสามารถคุยกับเจ้าหน้าที่ได้แม้นอกเวลาทำการ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถทำรายการที่ต้องเดินทางมาที่สำนักงานด้วยตัวเองได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม ระบบวิดีโอแชตที่ธนาคารแห่งอเมริกาจะติดตั้งในเครื่องเอทีเอ็มนี้จะกำหนดระยะเวลาทำการ โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบคือ 7.00-22.00 น. ในวันธรรมดา และ 8.00-17.00 น. ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งล้วนเป็นช่วงเวลาที่เพิ่มความยืดหยุ่นให้ลูกค้าธนาคารได้ดี

บริการที่เหนือจากการโอนเงินทั่วไปซึ่งลูกค้าสามารถทำธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็มวิดีโอแชตนี้ ได้แก่ บริการรับเงินคืนสำหรับการฝากเช็ค หรือการขอสินเชื่อ รวมถึงการทำบัตรเครดิตซึ่งลูกค้าจะไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่สำนักงานในเวลาทำการเท่านั้น

เบื้องต้น ตู้เอทีเอ็มวิดีโอแชตมีกำหนดจะชิมลางบริการที่บอสตัน ก่อนจะขยายไปทั่วสหรัฐฯภายในปีนี้

การเปิดบัญชีธนาคารในอเมริกา

การเปิดบัญชีธนาคารในอเมริกา  หลายคนอาจเห็นด้วยกับคำพูดที่ว่า “เงินทองเป็นของนอกกาย ถ้ายังไม่ตายเดี๋ยวก็หาใหม่ได้” ใช่ไหมล่ะคะ? แต่สำหรับตัวของน้ำตาลเองนั้นกลับเห็นด้วยกับประโยคที่ว่า “เงินทองเป็นของนอกกาย ฉันหาแทบตายกลับไม่เคยพอใช้!!” เสียมากกว่า ซึ่งที่มันไม่เคยพอใช้นั่นอาจเป็นเพราะน้ำตาลยังไม่รู้จักการจัดการและการอดออมที่ถูกต้อง เลยโดนสิ่งยั่วยุเข้ามาปอกลอกเงินทองอันน้อยนิดที่กว่าจะหามาได้อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อต้องมาอาศัยชายคาประเทศสหรัฐอเมริกา

ในบทความนี้เลยอยากจะเล่าถึงประสบการณ์การเปิดบัญชีธนาคารที่อเมริกาให้เพื่อนๆได้ทราบกันค่ะ เพราะการฝากเงินไว้กับธนาคารให้มากเท่าที่จะมากได้ย่อมเป็นอีกทางเลือกในการออมที่ดีกว่าการเก็บเงินไว้กับตัวที่แน่นอนว่ากิเลสมาเมื่อไหร่เงินจ๋าก็จะบ๊ายบายออกจากกระเป๋าของเราไปอย่างง่ายดายทันที

เมื่อมีโอกาสได้มาใช้ชีวิตที่ประเทศสหรัฐอเมริกาน้ำตาลก็ได้เปิดบัญชีธนาคารกับสองสถาบันการเงินที่มีชื่อเสียงของที่นี่ ซึ่งทั้งสองแห่งนั้นก็คือ The Capitol One Bank กับ Bank of America ค่ะ แต่น้ำตาลไม่ได้เปิดบัญชีกับทั้งสองธนาคารพร้อมกันหรอกนะคะเพราะไม่ได้มีเงินเหลือเก็บขนาดนั้น โดยน้ำตาลได้เปิดบัญชีกับทาง The Capitol One Bank ก่อนค่ะ เมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2012

ในขณะนั้นน้ำตาลเดินทางมาประเทศหสหรัฐอเมริกาด้วย J-1 Visa ในฐานะ Aupair ค่ะ ดังนั้นตอนที่ไปเปิดบัญชีธนาคารครั้งแรกโฮสแฟมิลี่หรือครอบครัวที่เราไปอยู่ด้วยจึงเป็นคนพาเราไป ความจริงก็ไปทำเองคนเดียวได้เลยนะคะแต่เป็นเพราะว่าภาษาของน้ำตาลยังไม่ดีพอเลยกลัวว่าจะคุยกับเจ้าหน้าที่ของทางธนาคารไม่รู้เรื่องน่ะ แหะๆ -..-

เมื่อไปถึงธนาคาร The Capitol One เราก็ต้องไปลงชื่อต่อคิวที่สมุดคิวลูกค้าของธนาคารกันก่อน สิ่งที่ต้องเขียนก็แค่ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ เท่านั้นค่ะ จากนั้นก็จะมีเจ้าหน้าที่ของทางธนาคารมาเรียกตัวเราเข้าไปคุยด้วย จำได้เลยว่าในครั้งนั้นถ้าในธนาคารไม่เหลือแค่น้ำตาลกับโฮสที่เป็นลูกค้าคนสุดท้ายก่อนธนาคารจะปิด น้ำตาลก็ฟังไม่ออกหรอกค่ะว่าเจ้าหน้าที่เขาเรียกชื่อใคร

เจ้าหน้าที่เขาจะเข้ามาทักทายและแนะนำตัวกับเราก่อนค่ะ จากนั้นก็จะถามเราว่าเราต้องการมาทำอะไร จับไม้จับมือคุยเล่นคุยหัวกันพอประมาณ ก่อนที่เขาจะเชิญเราเข้าไปนั่งที่เคาท์เตอร์ทำงานของเขา ในวันนั้นเจ้าหน้าที่เป็นผู้หญิงชาวอินเดียค่ะ เขาได้ถามน้ำตาลว่าจะเปิดบัญชีอะไร Saving Account หรือ Checking Account ซึ่งน้ำตาลเลือกเปิดบัญชีแบบ Checking Account ค่ะ

Checking Account เป็นบัญชีสำหรับกรณีฝากหรือถอนบ่อย ในระหว่างเปิดบัญชี Checking Account เจ้าหน้าที่ของธนาคารจะถามเราด้วยว่าเราต้องการ Bank Card (Debit Card หรือ Check Card) หรือไม่

โดย Bank Card นี้จะทำหน้าที่เหมือนกับบัตร ATM บวกกับ Debit Cardของบ้านเราคือใช้เบิกเงินสดจากตู้ ATM และใช้แทนเช็คเงินสด โดยทุกครั้งที่รูดบัตรเป็นจำนวนเงินเท่าใด ธนาคารจะหักเงินออกจากบัญชีโดยตรงเป็นจำนวนเงินเท่านั้นและจะมีสมุด check ให้ด้วยซึ่งเช็คนี้จะนำไว้จ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ต้องส่งทางไปรณีย์ (ส่วนมากพวกสาธารณูบริโภค น้ำ ไฟฟ้า อินเตอร์เนท หรือ เคเบิลทีวี) และบัญชี Checking นี้จะไม่มีดอกเบี้ยแต่มีไว้เพื่อความสะดวกในการใช้จ่ายต่างๆ

 ส่วน Saving Account เป็นบัญชีซึ่งมีไว้สำหรับเก็บเงินจำนวนมากและมีดอกเบี้ยให้ แต่ห้ามถอนก่อนถึงครบกำหนดมิฉะนั้นอาจไม่รับดอกเบี้ย ถ้ามีบัญชีนี้ต้องหมุนเงินให้เป็นนะคะถึงจะมีประโยชน์

เอกสารที่ใช้สำหรับการเปิด Checking Account ของ The Capitol One Bank ที่น้ำตาลเตรียมไปด้วยก็ได้แก่ พาสปอร์ต วีซ่า เลข Social security number ใบ I-94 ของ J-1 Visa และจดหมายจากสถาบันใดสถาบันหนึ่งที่น่าเชื่อถือซึ่งส่งมาถึงเราตามที่อยู่ที่เราอ้างว่าเราพักอาศัยอยู่เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราอาศัยอยู่ที่นั่นจริง (โดยเอกสารอันนี้ตอนนั้นน้ำตาลใช้จดหมายของ Aupair in America ที่ส่งมายินดีต้อนรับเราค่ะ แต่คนอื่นจะใช้บิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์หรือจดหมายอื่นๆก็ได้ไม่ว่ากัน) เมื่อเปิดบัญชีเสร็จแล้วเขาก็มีลายDebit Card ให้เลือกด้วยนะคะว่าเราอยากได้ลายแบบไหนเราก็แค่เลือกลายที่ชอบไปแล้วเดี๋ยวพอดำเนินเรื่องต่างๆเสร็จเจ้าหน้าที่จึงจะส่งบัตรของเรามาให้ที่บ้านภายหลังค่ะ

หลังจากจบโครงการออแพร์ไปแล้วน้ำตาลก็ได้มีโอกาสกลับมาประเทศสหรัฐอเมริกาอีกครั้งด้วยวีซ่านักเรียนคราวนี้เลยได้มีโอกาสเปิดบัญชีใหม่กับธนาคาร Bank of America ค่ะ โดยเอกสารต่างๆที่ใช้เปิดบัญชีก็ได้แก่ พาสปอร์ต วีซ่า เลข Social security number และใบI-20 แต่เอกสารยืนยันที่อยู่นั้นไม่ได้ใช้ค่ะ แค่บอกเจ้าหน้าที่ไปว่าบ้านเราอยู่ไหนเขาก็จะคีย์ข้อมูลลงคอมให้เลย สำหรับการเปปิดบัญชีที่ Bank of America นี้ น้ำตาลก็เปิดแบบ Checking Account อีกค่ะ เพราะสะดวกสบายต่อการฝากและถอนเงินมากกว่าแต่ที่เพิ่มเข้ามาก็คือ การทำบัตร Credit Card ค่ะ

คือนอกจากน้ำตาลจะมีบัตร Debit Card ไว้รูดใช้เงินจากบัญชีเงินฝากของเราแล้ว ในปีนี้น้ำตาลอยากฝึกสะสมเครดิตสกอร์เผื่อไว้ใช้ในอนาคตด้วย เพราะน้ำตาลไม่เคยมีบัตรเครดิตส่วนตัวมาก่อนที่เคยใช้ก็เป็นของคุณพ่อคุณแม่ คราวนี้เลยอยากฝึกรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวเองเพราะคนอเมริกันเขาค่อนข้างให้ความสำคัญกับคนที่มีเครดิตสกอร์ดี ซึ่งเมื่อเวลาจะทำธุรกรรมอะไรคนมีเครดิตสกอร์ดีก็มักจะได้รับการอนุมัติอะไรต่างๆได้ง่ายกว่า

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับระบบการจัดการเงินตราและการใช้ชีวิตของเราเอง ก็คงต้องลองก่อนล่ะค่ะถ้าน้ำตาลคิดว่าตัวเองไม่มีความรับผิดชอบมากพอที่จะใช้มันเมื่อไหร่ก็พร้อมที่จะปิดหรือยกเลิกมันไป การทำบัตรเครดิตของ Bank of America ก็มีให้เลือกหลายแบบค่ะ ซึ่งที่น้ำตาลเลือกทำไปก็เป็นแบบ Cash Rewards Credit Card for Students โดยต้องวางเงินประกันขั้นต่ำที่ $300ใน 1 ปีแรกโดยเราจะถอนออกมาใช้จ่ายไม่ได้ พอครบปีเขาถึงจะคืนให้หรือตัดสินใจให้วงเงินในการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นซึ่งก็แล้วแต่การพิจารณาของแต่ละบุคคล

อันนี้เป็นเพียงประสบการณ์เล็กๆน้อยๆของตัวน้ำตาลเองที่ถึงแม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆธรรมดาทั่วไปแต่พอได้มองย้อนกลับไปมันก็ทำให้เราเห็นตัวเองจากในอดีตที่ยังอ่อนเดียงสาจนเติบโตขึ้นมาและสามารถจัดการกับอะไรต่อมิอะไรด้วยตัวเองได้ ท้ายสุดนี้อยากฝากเพื่อนๆไว้ว่าอย่ากลัวที่จะต้องเริ่มต้นทำอะไร แม้จะผิดพลาดบ้าง ล้มเหลวบ้าง แต่ในภายภาคหน้าคุณก็จะได้รู้ว่าอะไรควรทำและหรืออะไรที่ไม่ควรทำ

บอสของ Bank of America เรียกร้องให้รัฐบาลชัดเจน

 บอสของ Bank of America
บอสของ Bank of America เรียกร้องให้รัฐบาลชัดเจน

บอสของ Bank of America เรียกร้องให้รัฐบาลชัดเจนเกี่ยวกับการออกจากสหภาพยุโรปในคำพูดของดาวอส

Brian Moynihan บอกกับ World Economic Forum ว่าเขากำลังพิจารณา ‘ทุกสถานการณ์’ เพื่อเปลี่ยนกิจกรรมออกจากลอนดอน

ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแบงก์ออฟอเมริกากล่าวว่า บริษัท ใหญ่ ๆ ต้องการกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะรักษาธุรกิจในสหราชอาณาจักรหลังจากออกจากสหภาพยุโรป

Brian Moynihan และนายธนาคารชั้นนำและผู้บริหารอื่น ๆ รวมตัวกันที่ World Economic Forum ใน Davos กำลังรอรายละเอียดอย่างกระตือรือร้นเกี่ยวกับแผนการออกจากสหราชอาณาจักรจากนายกรัฐมนตรีอังกฤษ Theresa May ในการกล่าวสุนทรพจน์วันอังคาร

มอยนิฮานพูดกับ The Associated Press กล่าวว่า Bank of America กำลังทำงานกับ“ สถานการณ์ทุกชนิด” เพื่อย้ายกิจกรรมออกจากลอนดอนหลังจาก Brexit แต่ยืนยันว่า“ มันยังไม่ชัดเจนว่าจะทำอะไรหรือไม่ทำ”

เขากล่าวว่า:“ มันยังเร็วเกินไปที่จะพูดว่าใครจะทำอะไรจนกว่าคุณจะมีกฎชุดหนึ่ง ลอนดอนจะเป็นส่วนสำคัญของ บริษัท ของเราไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจของอังกฤษ ” เขาได้กล่าวถึง“ ความคลาดเคลื่อน” ในเขตเลือกตั้งของอังกฤษและสหรัฐอเมริกาเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วเขากล่าวว่า“ งานอันดับ 1 สำหรับผู้นำขององค์กรใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองหรือธุรกิจ ทำหน้าที่.”

เรียกCEOหกธนาคารใหญ่หุ้นดิ่งลง

รัฐมนตรีคลังสหรัฐเรียกซีอีโอของหกธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในฐานะหุ้นดิ่งลง

82/5000S&P 500 ใกล้เคียงกับอัตราการลดลงมากที่สุดในเดือนธันวาคมนับตั้งแต่ Great Depression

เรียก ceo หกธนาคารใหญ่หลังจากที่หุ้นดิ่งลง
เรียก ceo หกธนาคารใหญ่หลังจากที่หุ้นดิ่งลง

เลขานุการคลังของโดนัลด์ทรัมป์ได้เรียกซีอีโอของหกธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาและวางแผนที่จะจัดประชุม“ ทีมป้องกันการกระโดด” ท่ามกลางการตกต่ำของหุ้นอเมริกันอย่างต่อเนื่อง หุ้นสหรัฐปรับตัวลงอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวโดยดัชนี S&P 500 กำลังดำเนินการตามการลดลงร้อยละที่ใหญ่ที่สุดในเดือนธันวาคมนับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ “ วันนี้ฉันเรียกประชุมเป็นรายบุคคลกับซีอีโอของธนาคารที่ใหญ่ที่สุดหกแห่งของประเทศ” สตีเว่นมุนชินรัฐมนตรีกระทรวงการคลังกล่าวในทวิตเตอร์ก่อนที่ตลาดการเงินจะเปิดในเอเชีย

ฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเนื่องจากการซื้อขายทางอิเล็กทรอนิกส์กลับมาเริ่มต้นในสัปดาห์ที่สั้นกว่าวันหยุด ในการซื้อขายช่วงต้นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า e-mini ของ S&P 500 ได้ถูกปิดลงประมาณหนึ่งในสี่ของร้อยละ

Mr Mnuchin ได้พูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงของ Bank of America, Citi, Goldman Sachs, JP Morgan Chase, Morgan Stanley และ Wells Fargo รัฐมนตรีคลังกล่าวในแถลงการณ์ “ ซีอีโอยืนยันว่าพวกเขามีสภาพคล่องที่เพียงพอสำหรับการปล่อยสินเชื่อ” และนายมธุชินกล่าวว่า“ พวกเขายืนยันว่าพวกเขาไม่เคยประสบปัญหาการกวาดล้างหรือปัญหามาร์จิ้นและตลาดยังคงทำงานได้อย่างเหมาะสม” คลังกล่าว

การเรียกร้องให้นายธนาคารของนายมนูชินเกิดขึ้นท่ามกลางการปิดตัวของรัฐบาลบางส่วนซึ่งเริ่มขึ้นในวันเสาร์หลังจากที่ทางตันในสภาคองเกรสเรื่องความต้องการของนายทรัมป์ในการหาเงินทุนเพิ่มสำหรับกำแพงที่ชายแดนกับเม็กซิโก

การจัดหาเงินทุนประมาณหนึ่งในสี่ของโครงการของรัฐบาลกลางหมดอายุในเวลาเที่ยงคืนของวันศุกร์และการปิดระบบอาจดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 3 มกราคม กระทรวงการคลังกล่าวว่านายมนุชินจะเรียกประชุมในวันจันทร์กับคณะทำงานของประธานาธิบดีในตลาดการเงินซึ่งรวมถึงผู้พิทักษ์หลักของระบบการเงินของสหรัฐและบางครั้งถูกเรียก

เพื่อเป็น “ทีมการป้องกันการกระโดด” กลุ่มซึ่งจัดขึ้นในปี 2552 ในช่วงหลังวิกฤตการเงินรวมถึงเจ้าหน้าที่จาก Federal Reserve เช่นเดียวกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

วอลล์สตรีทติดตามรายงานอย่างใกล้ชิดนายทรัมป์ได้หารือกันเป็นการส่วนตัวถึงความเป็นไปได้ในการยิงประธานธนาคารกลางเจอโรมพาวเวลล์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานายมุฉิ่นกล่าวว่านายทรัมป์บอกเขาว่า“ ไม่เคยแนะนำการยิง” มิสเตอร์พาวเวลล์ ประธานได้วิพากษ์วิจารณ์ธนาคารกลางสหรัฐว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเป็นอิสระของ Federal Reserve ถือเป็นเสาหลักของระบบการเงินของสหรัฐฯ การเรียกร้องของนายมนุชชินนั้นเกิดขึ้นหลังจากสินทรัพย์หลายประเภทประสบความสูญเสียอย่างมาก ในเดือนธันวาคมเพียงอย่างเดียว S&P 500 ลดลงเกือบร้อยละ 12.5 ในขณะที่ Nasdaq Composite ลดลง 13.6% ขณะนี้ตลาดแนสแด็กอยู่ในตลาดหมีโดยลดลงเกือบ 22% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปลายเดือนสิงหาคมและ S&P อยู่ไม่ไกลจากระดับดังกล่าว ตลาดสินเชื่อองค์กรได้รับการข่มขู่เช่นกันและมาตรการของตลาดตราสารหนี้ระดับการลงทุนของ บริษัท นั้นคาดว่าจะมีผลการดำเนินงานที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2551 ตลาดตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูงซึ่ง บริษัท ที่มีอันดับเครดิตที่อ่อนแอที่สุดระดมทุนไม่ได้เห็นการทำธุรกรรมตลอดทั้งเดือน ครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นคือในเดือนพฤศจิกายน 2551

Bank Of America”คาดราคา iPhone เพิ่ม

bac คาดไอโฟนราคาขึ้น
bac คาดไอโฟนราคาขึ้น

ทันข่าว | “Bank Of America”คาดราคา iPhone เพิ่ม 20% หาก”แอปเปิล”โยกฐานการผลิตกลับสหรัฐ

แบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์เปิดเผยว่า ราคา iPhone จะพุ่งขึ้นอย่างมาก หากบริษัทแอปเปิล อิงค์ตัดสินใจทำการผลิตในสหรัฐ เนื่องจากแรงงานสหรัฐมีค่าแรงสูงกว่าในจีนหลายเท่าตัว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ทวีตข้อความเรียกร้องให้แอปเปิลโยกย้ายฐานการผลิตกลับมายังสหรัฐ หากต้องการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีน

การทวีตข้อความดังกล่าวของปธน.ทรัมป์เกิดขึ้น หลังจากที่แอปเปิลเปิดเผยรายชื่อสินค้าที่จะได้รับผลกระทบจากการที่สหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้ามูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์จากจีน โดยสินค้าที่จะได้รับผลกระทบได้แก่ Apple Watch, AirPods, Mac mini และ Apple Pencil ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่แอปเปิลได้ระบุรายชื่อสินค้าที่จะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า อย่างไรก็ดี แอปเปิลไม่ได้ระบุ iPhone ในรายชื่อสินค้าดังกล่าว

แบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ระบุว่า ค่าจ้างคนงานสหรัฐสูงกว่าแรงงานจีนถึง 2.6 เท่า โดยราคา iPhone จะพุ่งขึ้น 20% หากแอปเปิลตัดสินใจโยกย้ายฐานการผลิตในต่างประเทศทั้งหมด 100% กลับมายังสหรัฐ และราคาจะเพิ่มขึ้น 14% หากโยกย้ายฐานการผลิตในต่างประเทศ50% กลับสหรัฐ และราคาจะเพิ่มขึ้น 8% หากโยกย้ายฐานการผลิตในต่างประเทศ 10% กลับสหรัฐ

Bank of America เปิดตัว AI

Bank of America เปิดตัว AI สำหรับช่วยทำธุรกรรมการเงิน Erica

Bank of America เปิดตัว AI
Bank of America เปิดตัว AI

Bank of America ได้เปิดตัว Erica ระบบผู้ช่วยเสมือนสำหรับช่วยการทำธุรกรรมการเงินอย่างเป็นทางการ โดยทางธนาคารจะทยอยเปิดให้ผู้ใช้บนมือถือทั้งหมดกว่า 25 ล้านคนทั่วสหรัฐฯ เริ่มใช้งานตั้งแต่วันนี้จนถึงเดือนมิถุนายน

Erica เริ่มทดสอบในวงพนักงานของ Bank of America มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งจากการเทรนข้อมูลของระบบโดยพนักงานในช่วงทดสอบ ช่วยให้ระบบสามารถตอบคำถามกว่า 2 แสนรูปแบบได้

ความสามารถของ ​Erica นั้นครอบคลุมในด้านการเงินหลากหลายรูปแบบ เช่น

  • การค้นหาการทำธุรกรรมในอดีตทุกบัญชี
  • ค้นหาเส้นทางไปยังเอทีเอ็มที่ใกล้ที่สุด
  • ดูบิลค่าใช้จ่ายและตั้งเวลาจ่ายเงิน
  • ล็อกและปลดล็อกบัตรเดบิต
  • โอนเงินระหว่างบัญชี หรือโอนให้ผู้อื่นผ่าน Zelle
  • ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคะแนนเครดิตของผู้ใช้
  • เชื่อมต่อผู้ใช้เข้ากับ Better Money Habits บทเรียนการเงินของ Bank of America
erika AI ใหม่ของธนาคารในอเมริกา
erika

Erica นั้นเป็นระบบที่เรียนรู้ด้วยตนเองไปได้เรื่อย ๆ ดังนั้นเมื่อผู้ใช้ใช้งานบ่อยขึ้น Erica ก็จะเก่งขึ้นตามระยะเวลา อย่างเช่นแสดงข้อมูลการใช้จ่าย, แนะนำการประหยัดเงิน, จัดการบัตรเครดิต, แจ้งเตือนบิลที่จะมาในอนาคต ไปจนถึงการอวยพรวันเกิดผู้ใช้