สายการบินในสหรัฐ คาดการเดินทางภายในประเทศจะปรับตัวเพิ่มขึ้น

สายการบินหลายแห่งในสหรัฐ รวมทั้งหน่วยงานด้านการบินของรัฐบาลสหรัฐ คาดการณ์ว่า การเดินทางทางอากาศภายในประเทศจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อนปีนี้ แม้รัฐบาลยังคงหารือกันว่าควรจะอนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามายังสหรัฐเพิ่มขึ้นหรือไม่ ผู้บริหารของสายการบินต่างๆ รวมถึงอเมริกัน แอร์ไลน์, ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ และเดลต้า แอร์ไลน์ ต่างก็มีมุมมองเป็นบวกต่อการฟื้นตัวของความต้องการด้านการเดินทาง โดยผู้บริหารเดลต้า แอร์ไลน์กล่าวว่า ความต้องการด้านการเดินทางทางอากาศและการท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น และเดลต้า แอร์ไลน์ มียอดการจองตั๋วเครื่องบินเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

ขณะที่ผู้บริหารของยูไนเต็ด แอร์ไลน์ คาดการณ์ว่า ผลประกอบการไตรมาส 3 ปีนี้จะออกมาดีกว่าที่คาดไว้ ส่วนผู้บริหารของอเมริกัน แอร์ไลน์ กล่าวว่า ธุรกิจการเดินทางเริ่มส่งสัญญาณในทิศทางที่ดีขึ้นในขณะนี้ หลังจากที่ทรุดตัวลงในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างหนัก

ทางด้านสำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่งของสหรัฐ (TSA) ได้วางแผนที่จะเพิ่มการจ้างพนักงานอีก 1,000 คนภายในวันที่ 4 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาวอเมริกันเดินทางกันเป็นจำนวนมาก โดยก่อนหน้านี้ TSA ได้จ้างพนักงานไปแล้วจำนวน 3,000 คนนับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ปีนี้

ธปท.เร่งรัดสถาบันการเงินช่วยลูกหนี้ตามมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู-พักทรัพย์พักหนี้

นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในวันนี้ ธปท. และสมาคมธนาคารไทย ได้หารือร่วมกันเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ให้เร็วขึ้นและกระจายเป็นวงกว้างมากขึ้น หลังจากที่มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อฟื้นฟู (มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูฯ) และโครงการพักทรัพย์พักหนี้ ได้ดำเนินการผ่านมาแล้ว 3 สัปดาห์ นับตั้งแต่ 26 เม.ย.64

โดยล่าสุด ยอดการให้ความช่วยเหลือจากมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูฯ มีทั้งสิ้น 16,060 ล้านบาท ครอบคลุมลูกหนี้ 6,697 ราย โดยส่วนใหญ่กว่า 60% จะกระจายลงไปยัง SMEs ขนาดเล็ก ที่ได้รับวงเงินอนุมัติเฉลี่ยต่ำกว่ารายละ 5 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ขณะที่โครงการพักทรัพย์พักหนี้ มีจำนวนลูกหนี้ที่ได้รับความช่วยเหลือ 4 ราย มูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับโอนมากกว่า 700 ล้านบาท

นายรณดล กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา การดำเนินมาตรการอาจยังไม่ทันต่อความคาดหวังของผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนหนึ่งเกิดจากแนวโน้มของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังซบเซา เนื่องจากมาตรการด้านสาธารณสุขที่ยังเข้มงวด เพราะการแพร่ระบาดระลอก 3 ทำให้ความต้องการสำหรับสินเชื่อฟื้นฟูอาจยังไม่มากนัก ประกอบกับโครงการพักทรัพย์ พักหนี้ เป็นโครงการที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ อีกทั้งยังคงมีรายละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะกรณีที่สถาบันการเงินและลูกหนี้จะต้องเจรจาหารือเพิ่มเติม ทำให้การให้ความช่วยเหลือในช่วงต้นจึงอาจจะยังไม่สูงนัก

อย่างไรก็ดี มีข้อมูลจากสมาคมโรงแรมที่พบว่า มีลูกหนี้จำนวนมากที่ให้ความสนใจเข้าร่วมในโครงการพักทรัพย์พักหนี้ แต่ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ คาดว่าจะได้ทยอยยื่นความประสงค์เข้ามาเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป

ไทยพาณิชย์ ช่วยลูกค้าเอสเอ็มอี ฝ่าพิษธุรกิจ

นางพิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่องและคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าที่เศรษฐกิจจะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ธนาคารมองเห็นความพยายามปรับตัวและการต่อสู้ของผู้ประกอบการเพื่อนำพาธุรกิจให้อยู่รอด จึงมุ่งมั่นที่จะช่วยผ่อนคลายผลกระทบและสนับสนุนให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ผ่านมาตรการช่วยเหลือทั้งด้านการเงิน และความช่วยเหลือในรูปแบบอื่นๆ 

ทั้งนี้ ธนาคารได้จับมือกับพันธมิตรทั้งองค์กรภาครัฐ และภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ได้ผลดียิ่งขึ้น จึงได้ผนึกความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรสตาร์ทอัพทางด้านดิจิทัล 6 แห่ง ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโซลูชั่นเสริมประสิทธิภาพทางด้านธุรกิจ มอบโซลูชั่นที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจ ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มยอดขายให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างครบวงจร ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้เอสเอ็มอีไทยกล้าที่จะเปลี่ยนผ่านสู่การใช้เครื่องมือดิจิทัล และเพื่อช่วยลดต้นทุนธุรกิจ 

โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าเอสเอ็มอีธนาคารไทยพาณิชย์ได้ใช้งานดิจิทัลโซลูชั่นจากพันธมิตรทั้ง 6 องค์กรได้ฟรีและได้รับส่วนลดค่าบริการ จำนวน 600 สิทธิ์ ครอบคลุมทั้ง ระบบบัญชี การบริหารงานบุคคล การพัฒนาช่องทางขายออนไลน์ และการตลาดดิจิทัล รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ซึ่งระบบเหล่านี้จะช่วยสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ เพิ่มโอกาสในการขายอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ท้าทายในปัจจุบัน

ธุรกิจสหรัฐชี้ปีนี้เป็นปีทองของการลงทุนในจีน หลังเศรษฐกิจโต 18.3%

นายมาร์ค ลาสรี ประธานอเวนิว แคปิตอล กรุ๊ปกล่าวว่า “ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนพุ่งขึ้นอย่างมาก ทำให้หลายๆ ธุรกิจเติบโตตามไปด้วย”นายลาสรีกล่าวว่า ความสำเร็จของจีนในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวขึ้น 18.3% ในไตรมาสแรกของปี 2564 เมื่อเทียบรายปี ซึ่งถือเป็นการทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ด้านนายจอยซ์ ชาง ประธานฝ่ายวิจัยระดับโลกของเจพี มอร์แกนกล่าวว่า จีนกำลังเร่งยกระดับอุตสาหกรรมต่างๆ ในเวทีโลก ทั้งด้านพลังงานแสงอาทิตย์ และรถยนต์ไฟฟ้า

ครม.ลดภาระผู้ประกันตน ม.33 เหลือ 2.5% 3 เดือน

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดเผยว่าที่ ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ…. โดยมีสาระสำคัญคือลดอัตราเงินสมทบประกันสังคม เดือน มิ.ย. – ส.ค.2564 ในฝั่งนายจ้างและลูกจ้างลงจากเดิมที่ต้องชำระในอัตรา 5% ของค่าจ้างของผู้ประกันตน ในผู้ประกันตนตามมาตรา 33 เหลือ 2.5% ของค่าจ้างของผู้ประกันตน 

ส่วนผู้ประกันตนในมาตรา 39 ลดการชำระเงินจากเดิมชำระเต็มจำนวน 432 บาท ลดลงเหลือ 216 บาท ตั้งแต่เดือน มิ.ย. – ส.ค.เช่นกันทั้งนี้เพื่อลดผลกระทบของผู้ประกันตนและนายจ้างในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19

ทั้งนี้ในเดือน ก.ย.2564 เป็นต้นไปจะกลับมาเก็บในอัตราปกติคือผู้ประกันตน ม. 33 จะจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง และผู้ประกันตน ม.39 จะจ่ายในอัตรา 432 บาทต่อเดือน สำหรับประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจจากการลดเงินสมทบของผู้ประกันตนจะช่วยให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 20,163 ล้านบาท 

ฉนวนกาซ่าถูกทิ้งระเบิดและทำลายในระหว่างปฏิบัติการโจมตีทางอากาศโดยอิสราเอล

โฆษกกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล กล่าวว่า เครื่องบินรบของอิสราเอลได้เปิดฉากการโจมตีทางอากาศมากกว่า 155 ครั้งในบริเวณฉนวนกาซ่า เพื่อตอบโต้การยิงขีปนาวุธชนิดใหม่โจมตีเมืองต่างๆของอิสราเอลที่ตั้งอยู่ทางใต้และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทลอาวีฟ

(JAL) เปิดเผยในวันนี้ว่า JAL มียอดขาดทุนสุทธิ 2.8669 แสนล้านเยน

ส่วนยอดขาดทุนก่อนหักดอกเบี้ยและภาษีอยู่ที่ 3.9831 แสนล้านเยน ขณะที่ยอดขายร่วงลง 65.3% แตะที่ 4.8123 แสนล้านเยนทั้งนี้ เจแปน แอร์ไลน์ซึ่งพยายามลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 นั้น ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์รายได้ในปีงบการเงิน 2564 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมี.ค. 2565 เนื่องจากสภาพธุรกิจยังคงมีความไม่แน่นอน

รัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่น สหรัฐ และเกาหลีใต้ได้ร่วมประชุมยกเลิกการใช้ขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นนอกรอบการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่ม G-7 ที่กรุงลอนดอน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปธน.โจ ไบเดน เข้ารับตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของสหรัฐเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา

นายโทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น, นายแอนโทนี บลินเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และนายชุง อึยยอง รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ จะร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับท่าทีของจีนซึ่งเริ่มรุกขยายการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนและน่านน้ำมากขึ้น รวมถึงการส่งกำลังทหารออกไปยังประเทศข้างเคียง และประเด็นอื่นๆ ที่สั่นคลอนเสถียรภาพของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกการประชุมครั้งนี้มีขึ้น หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐเสร็จสิ้นการทบทวนนโยบายที่จะดำเนินการกับเกาหลีเหนือ

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายบลินเคนได้แสดงความหวังว่า เกาหลีเหนือจะกลับมาสู่โต๊ะการเจรจาเพื่อหาทางออกในการยกเลิกใช้ขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ โดยระบุว่า รัฐบาลของปธน.ไบเดนแสดงเจตจำนงอย่างชัดแจ้งว่า สหรัฐจะใช้ “แนวปฏิบัติทางการทูต” เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว แตกต่างกับยุคของอดีตปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เน้นรูปแบบการต่อรอง

แหล่งข่าวระบุว่า สหรัฐเป็นผู้ที่ริเริ่มการจัดประชุมครั้งนี้ หลังจากที่อังกฤษได้ชักชวนเกาหลีใต้เข้าร่วมการประชุม G-7 ในฐานะแขกรับเชิญ ร่วมด้วยอินเดีย ออสเตรเลีย แอฟฟริกาใต้ บรูไน และสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

สหรัฐฉีดวัคซีนป้องกันโควิดครบโดสกว่า 100 ล้านคนแล้ว

CDC เผยว่า ชาวอเมริกันมากกว่า 144 ล้านคน ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้วอย่างน้อยหนึ่งโดส คิดเป็น 43.6% ของประชากรในประเทศ และในจำนวนผู้ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว เป็นผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 37 ล้านคน คิดเป็น 68.8% ของผู้ฉีดวัคซีนครบโดส

รายงานระบุว่า สหรัฐดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้ประชาชนราว 240 ล้านโดสทั่วประเทศ เมื่อนับถึงวันเสาร์ (1 พ.ค.) และแจกจ่ายวัคซีนไปทั่วประเทศแล้วกว่า 308 ล้านโดส

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สหรัฐได้เร่งฉีดวัคซีนขนานใหญ่ตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว โดยขณะนี้มีวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ได้รับอนุมัติใช้งานกรณีฉุกเฉินจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐ (FDA) จำนวน 3 ตัว ได้แก่ วัคซีนของไฟเซอร์/บิออนเทค วัคซีนของโมเดอร์นา และวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J)

CDC เปิดเผยว่า สหรัฐได้ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์/บิออนเทคให้ประชาชน 127 ล้านโดส วัคซีนของโมเดอร์นา 104 ล้านโดส และวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน 8.2 ล้านโดส

บิออนเทค และ ไฟเซอร์ยื่นคำร้องต่อ (EMA) ขออนุมัติใช้งานวัคซีน ป้องกันโรคโควิด-19กับวัยรุ่นที่มีอายุ 12-15 ปี

การยื่นคำร้องดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลจากการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ของผู้เข้าร่วมการทดลองที่มีอายุ 12-15 ปีจำนวน 2,260 คน โดยแถลงการณ์จากทั้งสองบริษัทระบุว่า วัคซีนของบริษัทสามารถออกฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ดีในภาพรวมในระหว่างการทดลอง

เยอรมนีอาจเริ่มฉีดวัคซีนของบิออนเทค/ไฟเซอร์ให้กับประชากรวัยเด็กและวัยรุ่นอย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ย.นี้ โดยนายโทมัส เมอร์เทนส์ ประธานคณะกรรมการด้านวัคซีนของเยอรมนี (STIKO) เปิดเผยถึงความเป็นไปได้ดังกล่าวกับหนังสือพิมพ์ไรน์นิชเชอ โพสต์เมื่อวันศุกร์ (30 เม.ย.)

สถาบันโรเบิร์ต คอช (RKI) ระบุว่า โครงการฉีดวัคซีนของเยอรมนีมีความคืบหน้า โดยได้ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนมากกว่า 1 ล้านโดสในวันพุธ (28 เม.ย.) ซึ่งนับเป็นสถิติรายวันสูงสุดครั้งใหม่ ขณะที่จำนวนผู้ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วอยู่ที่เกือบ 6.4 ล้านคนเมื่อนับถึงวันพฤหัสบดี (29 เม.ย.) ส่งผลให้อัตราการฉีดวัคซีนของประเทศอยู่ที่ 7.7%

ทั้งนี้ สถาบัน RKI เปิดเผยว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันในเยอรมนียุติการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 24,329 รายเมื่อวันศุกร์ (30 เม.ย.) น้อยกว่าสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 3,200 ราย