Post title marquee scroll

“SSN และ การทำธุรกรรมในอเมริกา”

ทิ้งช่วงไปนาน ขอมาต่อกันกับซีรีส์ย้ายมาอยู่เมกาอีกสักเรื่อง หลังจากพูดเรื่องวีซ่าและค่าครองชีพกันไปแล้ว วันนี้เราจะมาถึงอีกเรื่องที่สำคัญมาก ๆ สำหรับการใช้ชีวิตที่นี่อย่างเรื่องของ การเงินการธนาคาร อย่างว่า เราคงไม่เดินถือเงินสดไปมากันหรอกเนอะ ยังไงก็ต้องฝากธนาคารไว้ จึงต้องตามมาด้วยเรื่องของการโอนเงิน บัตรเดบิต บัตรเครดิต อะไรพวกนี้ด้วย เราก็เลยขอรวมเรื่องพวกนี้ไว้ในบล็อกนี้คร้าบผม

ชีวิตของคนที่นี่ แทบไม่พกเงินสด (แต่ก็พกบ้าง)

ชีวิตที่นี่ถือว่า Cashless ซะ 95% เพราะแทบทุกร้านรับบัตรหมดแบบไม่มีขั้นต่ำ แต่ก็มีบ้างบางร้านที่ไม่รับบัตรเลย หรือบ้างก็อาจมีขั้นต่ำ หรืออาจจะชาร์จเพิ่มถ้าไม่ถึงขั้นต่ำ หรือสินค้าบางชนิดก็รับแต่เงินสดเท่านั้น (เช่นลอตเตอรี่) หรือบางอย่างจ่ายเงินสดจะถูกกว่า (เช่นน้ำมัน) ก็เลยต้องพกเงินสดอยู่บ้างเผื่อฉุกเฉิน แต่ส่วนตัวไม่เคยพกเงินเกิน $40 เลย และเงินสด $40 นี้ก็ใช้ไปสองเดือนเลยอะไรงี้

ดังนั้นการใช้ชีวิตที่นี่ “บัตร” จึงสำคัญมาก อย่างน้อยก็บัตรเดบิตหละ ส่วนบัตรเครดิตถ้าสมัครได้ก็ช่วยอะไรได้เยอะเหมือนกัน เช่น Cashback, ส่วนลด หรือสะสมแต้ม คนที่นี่เลยพกบัตรค่อนข้างเยอะ แต่ก็เพื่อประโยชน์ทางการเงิน ไม่ใช่เพื่อรูดใช้เงินพร่ำเพรื่อ

บล็อกนี้ก็จะพูดถึงเรื่องพวกนี้ทั้งหมด เปิดบัญชียังไง สมัครบัตรยังไง มีเงื่อนไขอะไรบ้าง อ่ะ เริ่ม !

รู้จักกับ Social Security Number (SSN)

ก่อนจะไปถึงเรื่องเปิดบัญชี ขอพามารู้จักกับสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่มักจะต้องใช้ในการเปิดบัญชีที่นี่ สิ่งนั้นคือ

Social Security Number (SSN)

ตัวเลข SSN เป็นเลขที่รัฐบาลสหรัฐ ฯ เอาไว้ติดตามกิจกรรมทางการเงินของแต่ละคน การจะรับเงินเดือนหรือทำสิ่งใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเงินที่นี่ได้ เราจะต้องไปขอ SSN จากที่ทำการ Social Security Administration ก่อน ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ก็ได้มา

พอมี SSN แล้ว เวลาทำอะไรกับธนาคารก็จะสะดวกมาก ธนาคารส่วนใหญ่จะขอ SSN เพื่อทำการเปิดบัญชีทั้งนั้น แถมบางทีเปิดแบบออนไลน์ยังได้เลย จิ้ม ๆ บนเว็บ กรอก SSN แล้วรอบัตรที่บ้านได้เลย เรียกว่ามี SSN แล้วแทบจะทำอะไรก็ได้ละ

แต่ถามว่าไม่ต้องใช้ SSN แล้วเปิดบัญชีได้มั้ย ? ยกตัวอย่างเช่นนักท่องเที่ยวที่อยากมีบัญชีที่สหรัฐ ฯ คำตอบคือเปิดได้ครับ แต่จะได้แค่บางธนาคาร ที่ลองแล้วได้คือ Citibank

ส่วนบางธนาคารไม่ต้องใช้ SSN ก็ได้ แค่ต้องการหลักฐานยืนยันตัวตนในอเมริกา เช่น ไปสอบใบขับขี่ให้เรียบร้อยแล้วเอาไปเปิดบัญชีก็ได้ เช่น Bank of America

ยังไงสุดท้ายก็มีวิธีแหละ แต่ถ้ามี SSN คือชิวสุด (แต่จะขอได้ต้องทำงานที่นี่นะ นักท่องเที่ยวเข้าไปขอลอย ๆ ไม่ได้)

การเปิดบัญชีในอเมริกา

      หนึ่งในเรื่องสำคัญสำหรับการเรียนต่อต่างประเทศ ก็คือ การตัดสินใจเปิดบัญชีธนาคารในประเทศที่คุณไป โดยเฉพาะกับนักเรียนต่างชาติ  ที่แต่ละประเทศก็ย่อมมีวิธีการและกฎระเบียบในเรื่องการเปิดบัญชีที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงในอเมริกาด้วย  ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญมากในการเข้าใจถึงข้อกำหนดและวิธีการสำหรับการเปิดบัญชีสำหรับนักเรียนต่างชาติ  นอกจากนี้ คุณยังไม่สามารถเปิดบัญชีแบบออนไลน์ได้อีกด้วย  เพราะฉะนั้นแล้วในวันนี้ จะมาพูดถึงกระบวนการนี้ให้ทราบกันค่ะว่าเป็นอย่างไร

เริ่มต้นอย่างไร

      วิธีการเปิดบัญชีธนาคารในอเมริกาที่ดีที่สุด คือ เปิดกับธนาคารท้องถิ่นและนัดวันเวลาเพื่อเข้าไปทำธุรกรรมด้วยตัวเอง  ซึ่งศูนย์ช่วยเหลือด้านการเงินของทุกมหาวิทยาลัยจะมีแผ่นพับและข้อมูลเกี่ยวกับธนาคารท้องถิ่นอยู่แล้ว ดังนั้น คุณควรอ่านรายละเอียดก่อนการตัดสินใจ  โดยประเภทของบัญชีสำหรับนักเรียนนั้นจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ แบบกระแสรายวันและแบบออมทรัพย์ โดยแบบกระแสรายวันนั้นคุณสามารถที่จะฝากและถอนได้ ในขณะที่แบบออมทรัพย์นั้นหมายถึงการ “ฝาก”เงินเพื่อสร้างดอกเบี้ย 

      ธนาคารใหญ่ที่สุดในอเมริกาสี่แห่ง คือ Bank of America, J.P. Morgan Chase (รู้จักกันในชื่อ Chase), Citigroup และ Wells Fargo & Company  โดยการเปิดบัญชีกับธนาคารใหญ่ๆนั้นมีประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะธนาคารเหล่านี้มักจะมีธนาคารลูกหรือธนาคารในเครืออยู่ในประเทศของคุณด้วย เช่น Bank of America เป็นเครือเดียวกับ Barclays  คุณจึงสามารถใช้บัตรของ Barclays ได้กับตู้ ATM ของ Bank of America ทุกตู้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการถอน, การแลกสกุลเงินหรือค่าธรรมเนียมระหว่างประเทศ เป็นต้น   

      แต่ถึงอย่างไร การเปิดบัญชีธนาคารไม่จำเป็นต้องมีกันทุกคน  แต่มันจำเรื่องดีกว่าถ้าคุณทำงานในระหว่างที่เรียน เพราะการที่คุณจะได้ค่าจ้างหรือค่าตอบแทน คุณจำเป็นต้องมีบัญชีธนาคาร เพื่อให้คุณสามารถโอนเงินได้ นอกจากนี้มันยังเป็นการสะดวกกว่าเมื่อคุณต้องการจับจ่ายซื้อของอะไรก็ตามระหว่างที่คุณอยู่ในต่างประเทศ

เอกสารที่ต้องใช้

      เมื่อคุณนัดวันเวลาในการทำธุรกรรมเปิดบัญชีกับธนาคารได้แล้ว เอกสารที่คุณต้องเตรียมในวันนั้นมีมากมาย แตกต่างกันไปในแต่มลรัฐ แต่โดยมากธนาคารจะบอกคุณเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว ซึ่งเอกสารทั่วไปก็คือที่มักต้องใช้ คือ พาสปอร์ต, ใบรับรองการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย, เงินสดขึ้นต่ำที่ต้องใช้ในการเปิดบัญชี (ส่วนมากคือ ตั้งแต่ 10-100 เหรียญ) , ใบสำคัญที่ใช้แสดงตัวอื่นๆ (เช่นใบขับขี่,บัตรนักเรียน), วีซ่าประเภท I-20 or I-94 และเลขประกันสังคม โดยสาเหตุที่ต้องใช้เลขประกันสังคม เพราะอเมริกาต้องการที่จะนำไปใช้ในการหักภาษีเงินได้สำหรับนักเรียนต่างชาติที่ทำงานในระหว่างเรียน  ซึ่งคุณสามารถขอเลขประกันสังคมแบบชั่วคราวได้เพื่อการนี้

ถ้าคุณเกิดข้อสงสัย

      เมื่อคุณไปถามใครก็ตาม คุณมักจะได้คำตอบว่า ถ้าคุณสงสัยอะไรก็ให้ไปถามศูนย์ช่วยเหลือด้านการเงินในมหาวิทยาลัยหรือศูนย์ช่วยเหลือนักเรียนต่างชาติ เพราะศูนย์เหล่านี้จะมีข้อมูลเหล่านี้ให้  แต่ความวุ่นวายของการจัดการการเงินนั้นเป็นสิ่งที่นักเรียนส่วนมากโดยเฉพาะนักเรียนต่างชาตินั้นไม่สามารถจัดการเองได้  ดังนั้นจะเป็นการดีกว่าถ้าคุณเปิดบัญชีธนาคาร  เพื่อลดความยุ่งยากเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงินตรา, การหักภาษีหรือแม้แต่การเก็บเงิน เพราะการเปิดบัญชีเป็นการรวมธุรกรรมทั้งหมดไว้ในที่เดียว คุณสามารถโอนเงิน, จ่ายเงินด้วยบัตรหรือแม้แต่ตรวจดูเงินของคุณผ่านเว็บไซต์

      อย่างไรก็ตามอย่าลืมที่จะดูว่าธนาคารแห่งไหนเป็นอย่างไร  เพราะเป็นการยากมากที่จะหาธนาคารในอเมริกาที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมรายเดือนในการรักษาสถานภาพบัญชี ซึ่งปกติจะเก็บอยู่ที่ 5-10 เหรียญต่อเดือน  แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมนี้ถ้าคุณมีเงินอยู่ในบัญชีนั้นไม่ต่ำกว่าที่ธนาคารกำหนดไว้

ธนบัตรเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) ที่ใช้ในปัจจุบัน และวิธีตรวจสอบ

ปัจจุบันแบงค์ปลอมกำลังระบาดขนาดหนัก ซึ่งทำให้หลายๆคนต้องตกเป็นเหยื่อ เสียเงินฟรีๆให้กับแก๊งค์มิจฉาชีพ วันนี้เราเลยอยากจะเอาบทความดีๆมาให้เพื่อนๆได้ศึกษากันเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อกันค่ะ

ธนบัตรเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) ที่ใช้ในปัจจุบัน และวิธีตรวจสอบดอลล่าร์สหรัฐ เป็นสกุลเงินสากลที่ทุกประเทศในโลกมี Rate อัตราแลกเปลี่ยนหมุนเวียนในตลาด จึงเป็นที่ต้องการของคนทั่วไป ด้วยเหตุนี้ทำให้มิจฉาชีพบางกลุ่มเกิดความโลภ พยายามที่จะปลอมแปลงธนบัตรดอลล่าร์สหรัฐออกมาเป็นจำนวนมาก เพราะเหตุนี้ เราจึงได้จัดทำบทความชุดนี้ขึ้นเพื่อที่พวกเราชาว CheckRaKa.com จะได้พอรู้จุดสังเกตเบื้องต้นก่อนการรับเงินดอลล่าร์สหรัฐมาใช้หมุนเวียน โดยหลักเบื้องต้นเลยคือ เมื่อสัมผัสเนื้อกระดาษจะรู้สึกว่าไม่บางหรือหนาเกินไป เพราะกระดาษที่ใช้พิมพ์แบงค์ดอลล่าร์สหรัฐผลิตจากฝ้าย 75% ลินิน 25% หมึกพิมพ์ต้องคมชัดไม่เลอะเปรอะเปื้อน รายละเอียดจุดสังเกตต่างๆ เพิ่มเติมมีดังนี้ (กรณีนี้ใช้ธนบัตรดอลล่าร์สหรัฐฉบับละ 50 เป็นตัวอย่าง)



เมื่อพลิกเอียงธนบัตรส่วนที่เป็นสีทองของตัวเลข 50 จะเห็นสีสลับเปลี่ยนเป็นสีเขียว

เมื่อยกธนบัตรส่องดูกับแสงสว่างจะเห็นลายน้ำปรากฎภาพเหมือนกับรูปประธานาธิบดีที่อยู่ตรงกลางด้านหน้า และลายน้ำนี้สามารถดูได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ตราสัญลักษณ์ธนาคารกลางสหรัฐจะพิมพ์ด้วยหมึกพิเศษ ชัดเจน ไม่มัวหรือเปรอะเปื้อน

พื้นหลังของคำว่า “FIFTY” บนธนบัตรฉบับละ 50 ดอลล่าร์ จะมีสีฟ้า และสีแดง เป็นหมึกพิเศษที่มีความสลับซับซ้อนในการพิมพ์ ทำให้ยากแก่การปลอมแปลง

ตัวเลข 50 ที่อยู่ด้านหลังมุมขวาล่างของธนบัตร เป็นการพิมพ์นูนขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาทางสายตาสัมผัสและทราบว่าเป็นธนบัตรชนิด 50 ดอลล่าร์

หมายเลขซีเรียลที่อยู่ด้านหน้าของธนบัตร ทั้งบนซ้าย และล่างขวา ตัวเลขและตัวอักษรจะต้องเหมือนกันทั้งหมด

จะไปอเมริกา..มารู้จักเงินตราสหรัฐกันก่อน

เพื่อนๆคนไหนมีแพลนจะไปเที่ยว เรียนต่อหรือทำงานที่สหรัฐอเมริกากันบ้างหรือเปล่าคะ? วันนี้เรามีบทความเรื่องหน่วยเงินของอเมริกามาให้เพื่อนได้อ่านกันค่ะ

หน่วยเงินสกุลดอลล่าห์นั้นเพื่อนๆคงรู้จักกันดีอยู่แล้วว่าเป็นหน่วยเงินของสหรัฐอเมริกา ซึ่งป็นเงินเหรียญสากล ที่มีเป็นที่ยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลาย

การทำความเข้าใจเงินตราสหรัฐก่อนเดินทางมานั้น สามารถช่วยให้เพื่อนๆมีความเข้าใจมากขึ้นกับการจับจ่ายบริหารการใช้เงิน และเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆบางคนที่เดินทางเข้ามาทำงานในสหรัฐอเมริกามากอีกด้วยนะ

เงินสกุลดอลล่าห์ในรูปของธนบัตรแบ่งเป็น ธนบัตร 1, 2, 5, 10, 20, 50 และ 100 ดอลล่าห์ ธนบัตร 2 ดอลล่าห์นั้นจะมีใช้กันอยู่ประปรายคะ ซึ่งพบเห็นได้ไม่มาก มีลักษณะคล้ายธนบัตร 1 ดอลล่าห์มากคะ

504px-USDnotes

บนธนบัตรแต่ละใบก็จะมีรูปเป็นประธานาธิปดี  หรือบุคคลสำคัญของสหรัฐที่แตกต่างกันไปคะ เช่น

  • ธนบัตร $1 จะเป็นรูปจอร์จ วอชิงตัน (George Washington) ประธานาธิปดีคนแรกของสหรัฐ
  • ธนบัตร $5 เป็นรูปของประธานาธิปดีคนที่ 16 อับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln) ผู้มีบทบาทสำคัญในการเลิกทาสของสหรัฐ
  • ธนบัตร $100 เบนจามิน แฟลงคลิน (Benjamin Franklin) ผู้คิดค้นสายล่อฟ้า เตาแฟรงคลิน ฯลฯ ทั้งยังเป็นผู้เริ่มก่อตั้งห้องสมุดแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา เขาเป็นนักเขียนและผู้นำการเคลื่อนไหวคนสำคัญที่นำไปสู่การแยกตัวออกจากอาณานิคมและร่วมก่อตั้งชาติสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

ธนบัตรที่ใช้กันทั่วไปนั้นรวมกันทั้งธนบัตรใหม่และเก่า ดังนั้นจึงจำเป็นมากสำหรับการตรวจสอบธนบัตรปลอมที่จำเป็นจะต้องมีความรู้เบื้องต้นไว้นะคะ

วิธีตรวจสอบธนบัตรปลอม เพื่อนๆสามารถเช็คได้ที่ตามลิงค์นี้คะ พี่เขาเขียนไว้ละเอียดมากๆ Https://Www.Checkraka.Com/Econ/Banking/1007/

ส่วนในรูปของเหรียญนั้น แบ่งเป็น เหรียญ 1¢, 5¢, 10¢, 25¢, 50¢ และ 1 ดอลล่าห์คะ ซึ่งที่อเมริกาบางเหรียญเขาจะมีชื่อเรียกมูลค่าของเหรียญที่ต่างออกไปจากบ้านเราคะ

ONE DOLLAR

เหรียญดอลล่าจะมีสองสีคะ สีเงินกับสีทอง คนก็ใช้กันปกติคะแต่ไม่ทั่วหลาย แต่ก็มีเจอประปรายบ้าง ด้านหน้าจะเป็นภาพของเทพีเสรีภาพ (Statue Of Liberty)

IMG_6769-bluroflife.com

HALF DOLLAR

เหรียญ 50 เซนต์ = Half Dollar  (ฮาฟ ดอลล่าห์) เหรียญนี้ถ้าเทียบกับ เหรียญดอลล่าห์นี่หายากว่าอีกคะ และเหรียญ Half Dollar จะมีขนาดใหญ่กว่าอย่างสังเกตได้ชัดคะ +++

2 Half Dollars = 1 Dollar

IMG_0902

A QUARTER

จะเป็นเหรียญที่ใช้ประโยชน์ได้เยอะมาก ทั้งหยอดตู้รถโดยสาร ตู้เครื่องซักผ้า ตู้ขนม สารพัดประโยชน์คะ  มีค่า 25 เซนต์ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ‘Quarter’ คอร์เตอร์

4 Quarters = 1 Dollar

คือถ้ามีคนถามว่า Do You Have A Quarter? นั่นหมายความว่า เธอๆมีเหรียญ 25 เซนต์ป้ะ?

A DIME

หนึ่งเหรียญมีค่าเท่ากับ 10 เซนต์คะ เรียกว่า ไดม์ ซึ่งมีขนาดเล็กสุดในบรรดาเหรียญ แต่มูลค่าไม่ได้เล็กสุดนะคะ

10 Dimes = 1 Dollar

IMG_6778

A NICKLE

เหรียญ ‘นิ้กเกิ้ล’ มีค่าเท่ากับ 5 เซนต์ ที่นี่เวลาตั้งราคาของก็จะมีลงท้ายแบบ .35 .95 ถ้าไม่ลงตัวเหรียญคอร์เตอร์ก็หยิบนิ้กเกิ้ลเนี่ยแหละออกมาใช้กัน

2 Nickle = 1 Dime

A PENNY

มาถึงเหรียญสุดท้าย ‘เพนนี’ หรือเหรียญ 1 เซนต์นั่นเอง เวลาได้รับเงินทอนจะได้รับกลับมาบ่อยๆ แต่จะไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้กัน สุดท้ายก็จะเต็มกระปุกเลย อิอิ

10 Penny = 1 Dime

IMG_6774
Coinstar_kiosk

ในกรณีที่เพื่อนๆมีเหรียญเยอะมากจนใช้ไม่ทันเพื่อนๆสามารถใช้บริการแลกเหรียญได้ที่ Safeway หรือร้านสะดวกซื้อบางร้านก็จะมีตู้ตั้งไว้คะ ตู้จะคิดค่าบริการที่ประมาณ 10% ของยอดเงินที่แลก หน้าตาตู้ที่ฝ้ายเคยใช้ก็จะประมาณนี้คะเตรียมพร้อมกันแบบนี้แล้วมาถึงอเมริกาก็สบายบรือกันไปเลยยย

Bank of America ตะลุยโปรโมทผู้ช่วย AI ให้บริการทั่วอเมริกา

ขีดเส้นมิถุนายน 2018 สำหรับธนาคารใหญ่ในสหรัฐฯ Bank of America ที่เริ่มนำร่องโครงการผู้ช่วยส่วนตัวด้านการเงินพลัง AI หรือ AI-powered financial assistant มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ล่าสุด ผู้ช่วยทางการเงินสุดไฮเทคจะพร้อมให้บริการชาวอเมริกันทั่วประเทศเดือนมิถุนายนนี้

ย้อนไปเมื่อพฤษภาคมปี 2017 ธนาคาร Bank of America เปิดตัวระบบ AI-powered financial assistant เพื่อนำร่องให้บริการกับพนักงาน และเริ่มเปิดให้ลูกค้าบางส่วนได้ใช้งานช่วงมีนาคม 2018 ที่ผ่านมา ครั้งนั้น Bank of America ประกาศว่าระบบนี้จะเป็นผู้ช่วยดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อปรับปรุงการบริการลูกค้า ด้วยการเรียนรู้ว่าผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 25 ล้านคนโต้ตอบกับแอปพลิเคชันอย่างไร

ในที่สุด ระบบผู้ช่วยชื่อ ”Erica” ก็พร้อมให้บริการทุกคนซึ่งอาจไม่ใช่ลูกค้า Bank of America โดย Erica สามารถตอบสนองต่อคำสั่งเสียง ข้อความ หรือท่าทาง เช่นการแตะหน้าจอหรือปาดหน้าจอ (swipe)

ตามประกาศของ Bank of America ผู้ช่วย Erica จะสามารถช่วยลูกค้าในการจัดการงานต่างๆของธนาคาร เช่น บริการจ่ายบิลค่าบริการ การค้นหารายการธุรกรรมที่ผ่านมา การล็อกหรือปลดล็อกบัตรเดบิต การโอนเงินระหว่างบัญชี หรือการส่งเงินไปให้เพื่อนและครอบครัว ผ่านเครือข่าย Zelle เครือข่ายการชำระเงินแบบดิจิตอลที่ขับเคลื่อนโดย Bank of America เอง

Bank of America กล่าวว่าจะมีการเพิ่มคุณสมบัติมากขึ้นให้ Erica ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เช่น การแจ้งเตือนการชำระเงิน และการให้เคล็ดลับเพื่อตั้งงบประมาณการใช้จ่ายส่วนบุคคล

หลังจากเริ่มเปิดตัวแบบจำกัดแก่ลูกค้าบางส่วนในเดือนมีนาคม Erica จะถูกเปิดตัวทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาตลอดเดือนมิถุนายน ซึ่ง Bank of America เชื่อว่าผู้บริโภคจะพอใจเช่นเดียวกับที่ธนาคารจะดันยอดขายได้มากขึ้น เพราะ Bank of America ชี้ว่ามีวิธีถึง 200,000 ทางที่ผู้ใช้จะสามารถถามคำถามด้านบริการการเงินกับ Erica ได้

ขุมทรัพย์ 10 มหาธนาคารที่รวยที่สุดในโลก

10 ขุมทรัพย์ มหาธนาคารที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ซึ่งมีธนาคารอะไรบ้าง ทุกคนคงเริ่มสงสัยกันแล้วใช่ไหม เราไปดูกันเลย

1) Industrial and Commercial Bank of China (ICBC)

มีสินทรัพย์: $3.18 ล้านล้านหรือ 100 ล้านล้านบาท

จากประเทศ: จีน

ธนาคารสัญชาติจีนกลายเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นของรัฐบาลจีนและมีพนักงานรวมกันเกือบ 500,000 คน

2) HSBC

มีสินทรัพย์: $2.75 ล้านล้านหรือ 86.8 ล้านล้านบาท

จากประเทศ: สหราชอาณาจักร

ก่อตั้งขึ้นโดย Hong Kong and Shanghai Banking Corporation

ภายในไม่กี่ปี HSBC กลายเป็นธนาคารอังกฤษที่ใหญ่ที่สุดในโลก เติบโตด้วยการไปซื้อธนาคารขนาดเล็กกว่าทั่วโลก

3) China Construction Bank Corp.

มีสินทรัพย์: $2.6 ล้านล้านหรือ 82.1 ล้านล้านบาท

จากประเทศ: จีน

Forbes ได้จัดอันดับให้เป็นบริษัทอันดับ 2 ที่มีอำนาจมากที่สุดในโลก

4) BNP Paribas

มีสินทรัพย์: $2.6 ล้านล้านหรือ 82.1 ล้านล้านบาท

จากประเทศ: ฝรั่งเศส

เป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศสและทั้งยุโรป

5) Mitsubishi UFJ Financial Group

มีสินทรัพย์: $2.51 ล้านล้านหรือ 79.3 ล้านล้านบาท

จากประเทศ: ญี่ปุ่น

เกิดจากการควบรวมธุรกิจกันของ 2 ธนาคารในปี 2005 และเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นในปัจจุบัน

6) JPMorgan Chase & Co

มีสินทรัพย์: $2.47 ล้านล้านหรือ 78 ล้านล้านบาท

จากประเทศ: สหรัฐอเมริกา

เกิดจากการควบรวมธุรกิจกันของ 4 Banking Conglomerates ในปี ค.ศ. 2000

7) Agricultural Bank of China

มีสินทรัพย์: $2.43 ล้านล้านหรือ 76.7 ล้านล้านบาท

จากประเทศ: จีน

เน้นสินเชื่อเพื่อการเกษตร และเป็นหนึ่งในธนาคารที่ใหม่ที่สุดในจีน มีอายุเพียง 38 ปี

8) Bank of China

มีสินทรัพย์: $2.37 ล้านล้านหรือ 74.8 ล้านล้านบาท

จากประเทศ: จีน

เป็นธนาคารที่เก่าแก่ที่สุดในจีน โดยก่อตั้งขึ้นโดยรัฐบาลจีน

9) Credit Agricole Group

มีสินทรัพย์: $2.35 ล้านล้านหรือ 74.2 ล้านล้านบาท

จากประเทศ: ฝรั่งเศส

เน้นในพื้นที่ชนบทโดยมีกิจการใน 60 ประเทศทั่วโลก

10) Barclays Plc

มีสินทรัพย์: $2.26 ล้านล้านหรือ 71.4 ล้านล้านบาท

จากประเทศ: สหราชอาณาจักร

หนึ่งในผู้นำธนาคารในสหราชอาณาจักร มีกิจการใน 50 ประเทศทั่วโลก

รู้ไหม? ธนบัตรของอเมริกามีอะไรซ่อนอยู่

เรื่องรอบตัวที่น่าสนใจ อย่าง ธนบัตรดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ที่มีรายละเอียดและโค้ดลับบนนั้นมากมาย ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ เรียกได้ว่าถ้าใครปลอมธนบัตรนี้คงรู้ทันที ลองมาดูกันว่ามีจุดสังเกตอะไรที่น่าสนใจบ้างบนธนบัตรอเมริกา

รู้ไหม? ธนบัตรของอเมริกามีอะไรซ่อนอยู่

1. ธนบัตร 5 ดอลลาร์ บริเวณรอบๆ ขอบธนบัตรจะมีคำว่า ” FIVE DOLLARS” มากมาย

2. บนโล่สัญลักษณ์ของหน่วย Great Seal บนธนบัตร 5 ดอลลาร์ มีคำว่า “E PLURIBUS UNUM” และ “USA

3. บนเลข 5 ด้านหลังธนบัตร 5 ดอลลาร์ มีคำว่า “USA FIVE” พิมพ์ไว้ตรงหางของตัวเลข

4. ในธนบัตร 5 ดอลลาร์ ภาพอนุสาวรีย์ลินคอล์น มีชื่อของแต่ละรัฐในประเทศอยู่

ต่อไปข้อมูลธนบัตร 10 ดอลลาร์

1. ป้าย HAMILTON มีตัวอักษรเล็กๆ เขียนว่า “The United States Of America” และ “Ten Dollars”

2. และบริเวณด้านข้างของธนบัตรด้วย

3. ด้านล่างรูปคบเพลิงมีคำว่า “USA 10” ซ่อนอยู่

ธนบัตร 20 ดอลลาร์

1. ตรงตัวอักษร Twenty USA มีคำว่า “USA20” ตัวเล็กๆ ล้อมอยู่โดยรอบ


2. คำว่า “The United States Of America 20 USA 20 USA” ปรากฎอยู่บนหรอบสีดำใกล้ๆ ตัวเลข 20

ธนบัตร 50 ดอลลาร์


1. ขอบด้านซ้ายของธนบัตรมีคำว่า “Fifty” และภายในเครื่องหมายรูปดาวมีคำว่า “Fifty” “USA” และ “50”

2. คำว่า “The United States Of America” ถูกสลักไว้บนคอเสื้อของประธานาธิบดี

ธนบัตร 100 ดอลลาร์

1. มีคำว่า “The United States Of America” พิมพ์อยู่บนปกเสื้อบุคคลสำคัญของสหรัฐอเมริกา Benjamin Franklin
2. รอบๆ ลายน้ำมี “USA 100” พิมพ์อยู่
3. “One Hundered USA” เขียนไว้รอบๆ ขนนกสีทอง”
4. ตัวเลข “100”พิมพ์ไว้โดยรอบธนบัตร

จุดกำเนิดธนาคารกลางสหรัฐ มาจากอะไร?

จุดกำเนิดธนาคารกลางสหรัฐ มาจากอะไร? รู้หรือไม่ว่า..กว่าธนาคารกลางสหรัฐจะเกิดขึ้นมา
นครนิวยอร์กเกือบล้มละลายต้นตอของเรื่องนี้เกิดมาจาก
คุณ Heinze เจ้าของธุรกิจเหมืองแร่ทองแดง เมื่อ 112 ปีที่แล้วแล้วธุรกิจเหมืองแร่ เกี่ยวอะไรกับธนาคารกลางสหรัฐ?

ธนาคารกลางดำเนินนโยบายการเงินอย่างไร? | THE MOMENTUM

เราจะเล่าให้ฟังคุณ Fritz Augustus Heinze เกิดในเมืองบรุกลิน นครนิวยอร์ก
โดยครอบครัวของเขาเป็นผู้อพยพ คุณพ่อเป็นชาวยิว และคุณแม่เป็นชาวไอร์แลนด์จุดเริ่มต้นการทำธุรกิจของคุณ Heinze เกิดขึ้นหลังจากจบการศึกษาที่ Columbia University’s School of Minesทั้งๆ ที่ครอบครัวอยากให้เขาศึกษาต่อ แต่เขากลับตัดสินใจเริ่มต้นทำงานเป็นวิศวกรเหมืองแร่ ที่รัฐมอนแทนาหลังจากนั้นไม่นาน คุณ Heinze ตัดสินใจเริ่มต้นสร้างธุรกิจเหมืองแร่ของตัวเองขึ้นมา..แต่ปัญหาหลักๆ คือ สมัยนั้นมีสองบริษัทที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ ทั้ง William A. Clark และ Marcus Daly ที่ได้รับฉายาเป็น ราชาแห่งแร่ทองแดงแล้วคุณ Heinze มีกลยุทธ์อย่างไร?กลยุทธ์แรกคือ การลดชั่วโมงการทำงานของคนงานเหมืองจาก 10 ชั่วโมงเป็น 8 ชั่วโมง เรื่องนี้ทำให้คนงานเหมืองในสมัยนั้น ยกย่องว่าเขาเป็น ฮีโร่กลยุทธ์ที่สอง คือ คุณ Heinze อาศัยช่องว่างทางกฎหมายช่องว่างดังกล่าวทำให้คนงานเหมืองภายใต้บริษัทของเขาสามารถขุดเหมืองแร่ข้ามอาณาเขตของเหมืองในละแวกใกล้เคียงได้อย่างไม่ผิดกฎหมาย..ทั้งหมดนี้ทำให้ธุรกิจของคุณ Heinze ในวัย 33 ปีเติบโตอย่างรวดเร็วจนในที่สุด เขาสามารถจดทะเบียนบริษัท United Copper Company ที่มูลค่าระดับ 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีกำลังการผลิตแร่ทองแดงประมาณ 18,000 ตันต่อปีแล้วอุตสาหกรรมทองแดงของเขาไปเกี่ยวอะไรกับ ธนาคารกลางสหรัฐ?จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่คุณ Heinze เริ่มเข้ามามีบทบาทใน Wall Street..คุณ Heinze ขยายสำนักงานบริษัท United Copper มาที่นครนิวยอร์ก และเริ่มเข้าสู่แวดวงธุรกิจธนาคารเขาเป็นพันธมิตรกับคุณ Charles Wyman Morse ผู้ที่มีตำแหน่งระดับสูงในธุรกิจธนาคารกว่า 13 แห่งในสหรัฐอเมริกานอกจากนี้ คุณ Heinze ยังจับมือกับพี่น้องในตระกูลอย่าง คุณ Otto และ Arthur Heinze เจ้าของบริษัทหลักทรัพย์เมื่อความโลภเข้าครอบงำ
หายนะก็เริ่มต้นขึ้น..เป้าหมายแรกของพี่น้องตระกูล Heinze คือ การปั่นหุ้นบริษัทตนเอง เพราะเชื่อว่าตระกูลของเขาครอบครองหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท และสามารถสร้างราคาที่สูงกว่าความจริงได้เมื่อเจ้าของบริษัททุนต่ำ มีปริมาณหุ้นมาก การซื้อหุ้นไล่ราคาก็เริ่มต้นขึ้นพี่น้องตระกูล Heinze มองว่า ถ้ากว้านซื้อหุ้นบริษัทมาในจำนวนมาก ก็จะสามารถสร้าง Demand หุ้นตัวดังกล่าวได้และท้ายที่สุดนักเก็งกำไรจะต้องมารับช่วงต่อซื้อหุ้นในราคาที่แพงขึ้นแต่สิ่งที่คาดการณ์ไว้กลับผิดพลาดทั้งหมด..เมื่อราคาหุ้นถูกปั่นไปสูง ไม่มีคนมารับช่วงต่อ ก็เปรียบเสมือนจรวดที่เชื้อเพลิงหมด ยิ่งขึ้นสูงไปเท่าไร ก็ยิ่งตกลงมาอย่างน่ากลัวราคาหุ้นของ United Copper ตกอย่างรุนแรงด้วยแรงขายอย่างหนักจากราคาหุ้นละ 62 ดอลลาร์สหรัฐตกลงเหลือเพียง 15 ดอลลาร์สหรัฐในสองวัน ส่งผลให้ ตระกูล Heinze ขาดทุนมหาศาล..นอกจากนั้นยังไม่พอ เรื่องนี้ยังส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของธุรกิจธนาคารในเครือของคุณ Heinze และเริ่มแผ่วงกว้างไปยังธนาคารอื่นๆและหนึ่งในนั้นก็คือบริษัท Knickerbocker Trust ซึ่งเป็นบริษัททรัสต์ที่ใหญ่สุดเป็นอันดับ 3 ของนครนิวยอร์ก และมีความเชื่อมโยงกับการปั่นหุ้น United Copper โดยตรงเมื่อความน่าเชื่อถือหมดไป
ความกลัวเริ่มเข้ามาแทนที่..ประชาชนทั่วไปจึงเริ่มถอนเงิน ถอนการลงทุน
เพราะกังวลว่าธนาคารอื่นๆ อาจเป็นแบบธุรกิจตระกูล Heinzeในที่สุดบริษัท Knickerbocker Trust ก็ล้มละลายในปี 1907 เรื่องนี้จึงกลายเป็นเหตุให้ธนาคารในภูมิภาคอื่นๆ พากันถอนเงินสดสำรองออกจากธนาคารในนครนิวยอร์กความกังวลทวีคูณจนกลายเป็นการแห่ถอนเงินทั่วประเทศ จนระบบสถาบันการเงินขาดสภาพคล่อง
ส่งผลให้หลายธุรกิจ และธนาคารล้มละลายเรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์ เรียกกันว่า “วิกฤติการเงินปี 1907” หรือ “วิกฤตินิกเกอร์บอกเกอร์”อย่างไรก็ตามก่อนที่เหตุการณ์นี้จะรุนแรงขึ้นนักการเงินที่ชื่อว่า John Pierpont Morgan หรือ ทุกคนเรียกกันว่า J.P. Morgan ได้ใช้เงินของเขาเข้ามาอุ้มสถาบันการเงินโดยเขาตัดสินใจซื้อพันธบัตรของนครนิวยอร์กมูลค่ากว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อไม่ให้นครนิวยอร์กล้มละลายรวมทั้งยังโน้มน้าวให้นักการเงินคนอื่นๆ ทำเช่นเดียวกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินโดยรวมเอาไว้..ภายหลังเหตุการณ์นี้จึงนำมาสู่การศึกษา และพัฒนาแนวทางระบบควบคุมเงินสำรองของสถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกาจนกระทั่งปี 1913 รัฐสภาผ่านรัฐบัญญัติระบบธนาคารกลาง และสถาปนาระบบธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งมีชื่อว่า Federal Reserve System หรือที่เราเรียกสั้นๆ ว่า Fed ในปัจจุบัน นั่นเอง..เรื่องนี้ให้ข้อคิดอะไรเรา?การโกงหรือการทุจริต ไม่เคยทำให้ใครยั่งยืนในวันที่ทุกอย่างเป็นใจ สิ่งที่ได้รับอาจเป็นกำไร แต่ในวันที่ทุกอย่างถูกเปิดเผย ผลตอบแทนที่ได้อาจจะเป็นความเสียหายที่ประเมินมูลค่าไม่ได้..
และ สิ่งที่เราทำอาจไปมีผลกระทบต่อคนอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องและ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น
ทุกคนก็ควรร่วมหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต เหมือนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ก่อตั้ง Fed ขึ้นมา ซึ่ง Fed ก็มีบทบาทที่สำคัญสำหรับ วิกฤติเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ในเวลาต่อมาอีกหลายครั้ง..

ประเทศ 10 ที่มีธนาคารที่ปลอดภัยที่สุด

ประเทศ 10 ที่มีธนาคารที่ปลอดภัยที่สุดคืออะไร ธนาคารในต่างประเทศ สามารถเสนอข้อได้เปรียบที่ยอดเยี่ยม – จากภาษีต่ำไปจนถึงอัตราดอกเบี้ยสูงถึงการปกป้องทรัพย์สิน หนึ่งในข้อกังวลที่ใหญ่ที่สุดสำหรับผู้ที่พิจารณาบัญชีในต่างประเทศคือความปลอดภัยของเงินของพวกเขา ความเป็นส่วนตัวทางการเงินและการปกป้องทรัพย์สินจากคดีความนั้นยิ่งใหญ่ แต่จะดีอย่างไรถ้ารถถังเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ และธนาคารของประเทศนั้นตกอยู่ในช่วงยากลำบาก?

บทความนี้จะสำรวจหนึ่งในสิบประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลก แต่ละประเทศให้ประโยชน์ที่แตกต่างนอกเหนือไปจากความปลอดภัยและการรู้ว่าเงินของคุณจะปลอดภัยนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างมากเมื่อคุณพร้อมที่จะเลือกธนาคาร

การเลือกธนาคารที่ปลอดภัยที่สุดในโลก

หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการพิจารณา ธนาคารต่างประเทศที่ดีที่สุดในโลก คือการอ้างอิง การเงินระดับโลก รายชื่อธนาคารที่ปลอดภัยที่สุดในโลกของ 50 นิตยสารการเงินฉบับนี้ประเมินทุกปีและจัดอันดับสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกแก่ธนาคาร ธนาคารที่ทำรายการนี้จะต้องอยู่ในธนาคาร 1,000 ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พวกเขาจะถูกจัดอันดับตามจำนวนของสินทรัพย์ที่จัดขึ้นและจะต้องมีการจัดอันดับจากหน่วยงานจัดอันดับเครดิตที่สำคัญอย่างน้อยสองในสามแห่ง: ฟิทช์, มูดี้ส์และเอสแอนด์พี คะแนนการจัดอันดับจะขึ้นอยู่กับการจัดอันดับสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวด้วยคะแนน 10 ที่ได้รับการจัดอันดับ AAA หากเป็นไปได้การจัดอันดับอยู่ใน บริษัท โฮลดิ้งมากกว่า บริษัท ที่ดำเนินงานและธนาคารอื่น ๆ ที่เป็นเจ้าของโดยธนาคารอื่นจะถูกตัดออกจากรายการนี้

ข้อมูลเกี่ยวกับแต่ละประเทศด้านล่างนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับประเทศที่ปลอดภัยเหล่านี้ หากคุณสนใจเปิดบัญชีในประเทศเหล่านี้ให้คุยกับหนึ่งในที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ของเราเพื่อเริ่มต้น คุณสามารถโทรหาหนึ่งในหมายเลขที่ระบุไว้ข้างต้นหรือกรอกแบบฟอร์มสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมในหน้านี้เพื่อให้บางคนกลับมาหาคุณ

ธนาคารเยอรมัน

ประเทศเยอรมัน

ธนาคารจากประเทศเยอรมนีถือครองตำแหน่งที่หนึ่ง, สาม, สี่และเจ็ดในบัญชี Global Finance’s – และนั่นเป็นเพียงหนึ่งในสิบอันดับแรก ทั้งหมดบอกว่าธนาคารเยอรมันหกแห่งสร้างรายชื่อ Nomad Capitalist อ้างว่าหนึ่งในเหตุผลที่ธนาคารเยอรมันเชื่อถือได้นั้นเป็นเพราะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของเยอรมนี บัญชีธนาคารเยอรมันเหมาะสำหรับบัญชีค้าปลีกทั่วไปและธุรกิจ ประเทศให้ความสำคัญกับการธนาคารอย่างจริงจังโดยเฉพาะการ จำกัด การควบคุมเงินทุน อีกวิธีหนึ่งที่พวกเขาทำได้คือการชักชวนให้สหภาพยุโรปออกธนบัตร 500- ยูโรเพื่อให้สกุลเงินแข็งสามารถเก็บไว้ที่บ้านได้ง่ายขึ้น

ในขณะที่มันเป็นหนึ่งใน ธนาคารในต่างประเทศที่ปลอดภัยที่สุดข้อเสียอย่างหนึ่งของบัญชีต่างประเทศในประเทศเยอรมนีคือบัญชีต่างประเทศโดยทั่วไปมีอัตราดอกเบี้ยต่ำ บัญชีมีตัวเลือกน้อยสำหรับการกระจายสกุลเงิน

ธนาคารสวิส

ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

ธนาคารสวิสถือครองอันดับสองในบัญชี Global Finance รวมถึงอีกสองแห่ง สวิตเซอร์แลนด์เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการธนาคารในต่างประเทศและมีชื่อเสียงมายาวนานในฐานะหนึ่งในอันดับต้น ๆ ประเทศธนาคารลับ. Investopedia อ้างถึงข้อเสนออื่น ๆ บางประการซึ่งรวมถึงความเสี่ยงทางการเงินในระดับต่ำในประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจ ธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองผู้ฝากเงินที่แข็งแกร่งและมีความต้องการเงินทุนสูงเพื่อปกป้องพวกเขาจากวิกฤตการณ์ทางการเงิน บัญชีในสวิตเซอร์แลนด์มีภาษีที่ต่ำโดยสมมติว่าเงินไม่ได้มาจาก ธนาคารสวิส แหล่งที่มาและยอดคงเหลือขั้นต่ำอยู่ในช่วงไม่กี่พันดอลลาร์ถึงหลายล้านดอลลาร์ขึ้นอยู่กับธนาคาร

ข้อเสียบางประการในการเปิดบัญชีธนาคารสวิสคือระดับการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น สวิตเซอร์แลนด์ให้ความสำคัญกับกฎระเบียบด้านการต่อต้านการใช้เงินอย่างจริงจังและต้องมีการพิสูจน์ตัวตนของลูกค้าและแหล่งเงินทุนอย่างกว้างขวาง

เนเธอร์แลนด์

เนเธอร์แลนด์

เนเธอร์แลนด์มีช่องห้าและหกในรายการ Global Finance รวมถึงอีกช่องหนึ่ง เนเธอร์แลนด์มีระบบธนาคารที่พัฒนาอย่างมากต่อ ธนาคารในประเทศเนเธอร์แลนด์. เมืองหลวงของประเทศคือเมืองอัมสเตอร์ดัมเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ระบบธนาคารของพวกเขามีการค้าการจำนองการออมและบัญชีอื่น ๆ ประเทศมีชื่อเสียงมายาวนานในการปกป้องความเป็นส่วนตัวของเจ้าของบัญชี Nomad Capitalist ยังเสริมด้วยว่าบัญชีได้รับการคุ้มครองโดยการประกันเงินฝากธนาคารสูงสุดถึง 100,000 ยูโร

เนเธอร์แลนด์ยังไม่ได้เป็นศูนย์กลางที่สำคัญสำหรับการธนาคารในต่างประเทศแม้จะมีธนาคารที่ปลอดภัย การเป็นสมาชิกในสหภาพยุโรปทำให้ชาวอเมริกันหลายคนระมัดระวัง

แผนที่ลักเซมเบิร์ก

ลักเซมเบิร์ก

ธนาคารจากลักเซมเบิร์กเข้ามาอยู่อันดับแปดในบัญชี Global Finance Expat.com อธิบายว่าที่นี่เป็นที่ตั้งของทั้งธนาคารเอกชนและกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ประเทศได้ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากบัญชีธนาคารแล้วผู้ที่ไม่มีถิ่นที่อยู่จะได้รับบัตรเครดิต V-Pay ในท้องถิ่นเช่นเดียวกับบัตรเครดิตอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของรายได้

ข้อเสียอย่างหนึ่งของประเทศธนาคารนอกชายฝั่งที่ปลอดภัยนี้ก็คือมันเป็นเรื่องยากที่คนอเมริกันจะได้รับบัญชีที่นี่และมีธนาคารเพียงไม่กี่แห่งที่เสนอตัวเลือก โชคดีที่เราเป็น “ผู้แนะนำที่มีสิทธิ์” ให้กับธนาคารไม่กี่แห่งในลักเซมเบิร์กที่สามารถเปิดบัญชีสำหรับคนอเมริกัน ดังนั้นบุคลากรของเราสามารถช่วยเปิดบัญชีหากคุณมีสินทรัพย์จำนวนมากที่จะฝาก

ฝรั่งเศส

ธนาคารฝรั่งเศสถือช่องที่เก้าในรายการ Global Finance และธนาคารฝรั่งเศสอีกสองแห่งก็ทำรายการเช่นกัน ฝรั่งเศสไม่มีข้อ จำกัด ทางกฎหมายในการเปิดบัญชีธนาคารที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ Expatica กล่าวและมีธนาคารทางอินเทอร์เน็ตหรือธนาคารระหว่างประเทศหลายแห่งเท่านั้น ธนาคารบางแห่งสามารถให้บริการธนาคารรายวันทั้งในฝรั่งเศสและประเทศอื่น ๆ และธนาคารทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้นที่สามารถจัดการงานเอกสารออนไลน์ส่วนใหญ่ได้ บัญชีมาตรฐานมักจะมีค่าบำรุงรักษาต่ำถึงศูนย์

อุปสรรคหนึ่งในการได้รับบัญชีธนาคารของฝรั่งเศสคือผู้ที่ไม่ได้อยู่ในสหภาพยุโรปอาจได้รับการอนุมัติสำหรับบัญชีที่ยากขึ้น

ธนาคารแคนาดา

แคนาดา

ธนาคารแคนาดาถือครองช่อง 10 ในรายการของ Global Finance รวมถึงช่องอื่น ๆ ห้าช่อง Echeck.org กล่าวว่าการรับบัญชีธนาคารของแคนาดามักจะง่ายเหมือนการรับบัญชีธนาคารในสหรัฐอเมริกาเนื่องจากสหรัฐฯและแคนาดามีความสัมพันธ์ใกล้ชิด ธนาคารแคนาดาเป็นธนาคารที่ปลอดภัยที่สุดในโลกและมักจะยอมรับและล้างเช็คในสหรัฐฯโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม พวกเขายังเสนอสิทธิพิเศษในการสร้างความมั่งคั่ง ธนาคารแคนาดาหลายแห่งเสนออัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่าธนาคารในสหรัฐอเมริกาและคุณสามารถประหยัดเงินในอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีระหว่างดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์แคนาดา

แคนาดาไม่เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งภาษีอย่างไรก็ตามเนื่องจากความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และการเมืองของสหรัฐฯ นอกจากนี้การเปิดบัญชีที่นี่ต้องมีการเยี่ยมชมธนาคารเป็นส่วนตัว

แผนที่ประเทศสิงคโปร์

สิงคโปร์

ธนาคารจากสิงคโปร์ติดอันดับสามครั้งก่อนปรากฏในอันดับที่สิบสอง การเปิดบัญชีธนาคารในสิงคโปร์นั้นค่อนข้างง่ายโดยเฉพาะถ้าคุณมีเงินอย่างน้อย $ 200,000 หรือมากกว่าในการลงทุน สิงห์ Saver เขียน ธนาคารต่างประเทศส่วนใหญ่ในสิงคโปร์สามารถทำได้โดยไม่ต้องไปที่ประเทศนั้น ๆ ประเทศมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองด้วยประสบการณ์การธนาคารระดับโลกกว่า 30 ปี บัญชีธนาคารสิงคโปร์สามารถซื้อขายและลงทุนในหลายสกุลเงิน

สิงคโปร์ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ลงทุนน้อยกว่า $ 200,000 เราจำเป็นต้องติดตามดูนโยบายล่าสุด นี่เป็นเพราะมักจะมีความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ธนาคารบางแห่งบอกว่ามันสามารถทำบนเว็บไซต์ของตนและวิธีการทำงานจริง

ธงสวีเดน

สวีเดน

สวีเดนเข้าสู่รายการของ Global Finance โดยมีธนาคารอันดับหนึ่งในสิบสามและอีก 3 ธนาคารตามมาในรายการ Streber รายสัปดาห์ เขียนว่าสวีเดนเช่นเดียวกับประเทศสแกนดิเนเวียอื่น ๆ เป็นตัวเลือกธนาคารที่แข็งแกร่งในต่างประเทศ สวีเดนมีความมั่นคงทางการเงินและความเป็นอิสระโดยที่สกุลเงินยังคงแข็งแกร่งแม้จะมีวิกฤตการเงินในยุโรป โดยทั่วไปแล้วธนาคารในประเทศสวีเดนจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ดีค่าธรรมเนียมต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับเขตอำนาจนอกชายฝั่งอื่น ๆ การประกันเงินฝากและเขตอำนาจศาลที่มีชื่อเสียง เจ้าหน้าที่ธนาคารห้ามมิให้เปิดเผยข้อมูลใด ๆ ในบัญชีต่างประเทศเว้นแต่กฎหมายจะบังคับใช้ เงินฝากขั้นต่ำสำหรับการเปิดบัญชีมักจะอยู่ระหว่าง $ 150,000 ถึง $ 180,000 แต่อาจจะต่อรองได้

บัญชีธนาคารสวีเดนไม่ได้ปลอดภาษีทั้งหมดและพวกเขาไม่มีความลับของธนาคารที่เข้มงวดที่สุด

ออสเตรเลีย

ออสเตรเลีย

ถัดไปในรายการนี้ควรเป็นเกาหลีใต้ตามรายการ แต่ตัวเลือกธนาคารต่างประเทศของพวกเขาเกือบจะไม่มีอยู่จริง ออสเตรเลียอาจไม่เข้าสู่รายการการเงินระดับโลกจนกระทั่งอันดับที่ยี่สิบเอ็ด แต่จะทำการอ้างสิทธิ์ในสามช่องถัดไปเช่นกัน ผู้ถือบัญชีต่างประเทศในออสเตรเลียสามารถเปิดธุรกรรมหรือบัญชีออมทรัพย์รวมถึงเงินฝากระยะยาว Finder อธิบาย หลายบัญชีสามารถเปิดได้ทางออนไลน์หรือทางโทรศัพท์ มันเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องตลอดประวัติศาสตร์และเป็นศูนย์บริการทางการเงินที่ทันสมัย

อย่างไรก็ตามบัญชีธนาคารของออสเตรเลียอาจเป็นเรื่องยากที่จะได้รับสำหรับผู้ที่ไม่มีแผนที่จะอาศัยทำงานหรือเยี่ยมชมประเทศออสเตรเลีย โอกาสที่ดีที่สุดในการรับบัญชีออสเตรเลียนั้นอยู่ที่การติดต่อกับธนาคารในประเทศที่มีความสัมพันธ์กับต่างประเทศกับออสเตรเลีย

ฮ่องกง

ฮ่องกง

ฮ่องกงไม่เข้าสู่รายการการเงินทั่วโลกจนกว่าจะมีหมายเลข 31 Investopedia อธิบายว่าฮ่องกงเป็นปลายทางการธนาคารในต่างประเทศที่ได้รับความนิยมเนื่องจากเป็นภาษี ในฐานะที่เป็นหนึ่งในเมืองหลวงทางการเงินชั้นนำของโลกพวกเขาไม่ได้รับรายได้จากภาษีที่เกินขอบเขตกำไรกำไรดอกเบี้ยหรือเงินปันผล ฮ่องกงมีความมุ่งมั่นในความเป็นส่วนตัวโดยได้รับ 72 จากดัชนีความลับทางการเงิน ประเทศนี้ยังเป็นบ้านของตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเอเชียหากธนาคารในต่างประเทศสนใจที่จะลงทุนเช่นกัน

เนื่องจากฮ่องกงมีกฎการป้องกันการฟอกเงินที่เข้มงวดบัญชีแรกในฮ่องกงจึงต้องเปิดด้วยตนเอง หลังจากนั้นบัญชีในอนาคตสามารถเปิดออนไลน์ได้อย่างเคร่งครัด

ธนาคารต่างประเทศ

ธนาคารสวิส

ธนาคารสวิส มีความสัมพันธ์มายาวนานกับธนาคารมืออาชีพรอบคอบและปลอดภัย มันเป็นเขตอำนาจศาลที่มีชื่อเสียงสำหรับความเป็นกลางและยึดมั่นในหลักการของการรักษาความลับของธนาคาร บุคคลส่วนใหญ่หันไปธนาคารสวิสด้วยเหตุผลสองประการ ครั้งแรกที่หลายคนกำลังมองหาเพื่อปกป้องทรัพย์สินที่สำคัญจากการพิจารณาของประชาชน ประการที่สองบุคคลจำนวนหนึ่งหันไปสวิตเซอร์แลนด์เพื่อลดภาระการเก็บภาษีหนัก ทั้งสองกลุ่มต่างมองว่ากลุ่มธนาคารสวิสเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก

และบริการเหล่านี้ไม่มีอะไรใหม่ บัญชีธนาคารสวิสเป็นผู้นำในด้านการธนาคารระหว่างประเทศมานานหลายทศวรรษ นั่นคือต้องขอบคุณส่วนเล็ก ๆ ที่เกิดความไม่สงบทางการเมืองและความขัดแย้งทางการเมืองทั่วโลก พวกเขาเป็นผู้นำในด้านความปลอดภัยทางการเงินและความมั่นคงมาหลายร้อยปี ในความเป็นจริงโลกได้เห็นสิ่งนี้ตั้งแต่สมัยของหลุยส์ที่สิบสี่ ยิ่งไปกว่านั้นมันยังคงดำเนินต่อไปก่อนหน้าการปฏิวัติฝรั่งเศสและต่อเนื่องในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง การปกป้องทรัพย์สินและเงินทุนจากการเก็บภาษีที่ไม่ถูกต้องหรือรัฐบาลปราบปรามเป็นหัวข้อที่พบบ่อย ผู้ฝากเงินที่ฉลาดมองไปที่สวิตเซอร์แลนด์เพื่อให้บริการเหล่านั้น

เหตุผลที่ธนาคารสวิสได้พัฒนาคำชื่นชมนี้ ธนาคารต่างประเทศ ชื่อเสียงคือสิ่งนี้ ความโดดเด่นของมันขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่ว่าสวิตเซอร์แลนด์มีกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่ซับซ้อนมาก สภานิติบัญญัติกำหนดพารามิเตอร์ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับธนาคาร ยิ่งกว่านั้นพวกเขาชอบการรักษาความปลอดภัยและความลับของบัญชีเงินฝากต่างประเทศในกรณีที่เป็นไปได้ การเสริมสร้างชื่อเสียงนี้คือธนาคารสวิสมอบความเป็นมืออาชีพอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ยิ่งกว่านั้นพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือที่สุดในสภาพแวดล้อมของธนาคารที่มีเสถียรภาพมากที่สุดในโลก

ประวัติธนาคารสวิตเซอร์แลนด์

ประวัติความเป็นมาของธนาคารสวิส

ความลับของ Swiss Banking ในยุคปัจจุบันสามารถติดตามต้นกำเนิดของกฎหมายสวิสแบงก์กิ้งของ 1934 รัฐบาลของพวกเขาตรากฎหมายส่วนใหญ่เนื่องจากการคุกคามของนาซีเยอรมันที่ปรากฏและความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศฝรั่งเศส ทั้งสองหน่วยงานพยายามกดธนาคารสวิสให้เปิดเผยข้อมูลผู้ฝากเงินในนามของ “ผลประโยชน์ของรัฐ”

ชาวสวิสตอบโต้ด้วยกฎหมายการธนาคารของ 1934 กฎหมายฉบับนี้ระบุกฎการรักษาความลับของบัญชีเป็นหลัก นอกจากนี้ยังให้พื้นฐานทางกฎหมายสำหรับการดังกล่าว ในที่สุดก็มีการลงโทษทางอาญาจากผู้ที่ทำลายความลับของบัญชีเงินฝาก สิ่งนี้ส่งผลให้สถานการณ์ปัจจุบันที่โดยทั่วไป (และวางไว้ที่นี่) ถือกฎและข้อบังคับว่าไม่ยืดหยุ่น นั่นคือเกี่ยวกับการฝากและการรักษาความลับการทำธุรกรรมและตัวตนของผู้ฝากหรือบัญชี พวกเขาไม่ละทิ้งประวัติศาสตร์การธนาคารเบา ๆ จะต้องมีข้อกล่าวหาทางอาญาที่สำคัญก่อนที่หน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่างประเทศสามารถเจาะเกราะป้องกันความลับนี้

ภาษีอากรของสวิส

การเก็บภาษี

แม้แต่ข้อกล่าวหาเรื่องการหลีกเลี่ยงภาษีก็แทบจะไม่เพียงพอที่จะเจาะผ่านข้อกำหนดการรักษาความลับของธนาคารสวิส ข้อกล่าวหานั้นไม่ใช่ความผิดที่ร้ายแรงพอในสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งไม่มีอะไรมากไปกว่าความผิดทางอาญา แน่นอนมันไม่เพียงพอที่จะประนีประนอมกฎของมัน ข้อกล่าวหาจะต้องมีลักษณะที่ร้ายแรงเพื่อให้ธนาคารสวิสสามารถพิจารณากำหนดกฎเกณฑ์ได้ ที่กล่าวมาเราขอแนะนำให้ปฏิบัติตามภาษีกับเขตอำนาจศาลที่อยู่อาศัยและ / หรือสัญชาติของคุณ

ตามการประมาณการหรือมาตรการส่วนใหญ่ธนาคารสวิสถือหนึ่งในสามของเงินทั้งหมดที่ถืออยู่ บัญชีในต่างประเทศ. เมื่อพิจารณาจากจำนวนที่แท้จริงของ Offshore เขตอำนาจศาลสวรรค์ในการดำรงอยู่นี่เป็นตัวเลขที่น่าทึ่ง ธนาคารสวิสมีมูลค่าประมาณ $ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐบวกกับคำแถลงข้อเท็จจริง ดังนั้นสวิตเซอร์แลนด์ยังคงเป็นมาตรฐานที่แน่นอนเมื่อพูดถึงการจัดหาสภาพแวดล้อมการธนาคารที่มั่นคงและเป็นความลับ

ชื่อผู้ใช้รหัสผ่าน

หมายเลขบัญชีธนาคารสวิส

“ บัญชีธนาคารที่มีหมายเลขกำกับ” ที่แปลกใหม่ไม่มีอะไรมากไปกว่าบัญชีที่ระบุด้วยหมายเลข จำนวนมากกว่าชื่อผู้ฝากระบุบัญชี ธนาคารสวิสกำหนดมาตรฐานสำหรับ ความลับ ด้วยบัญชีหมายเลขของพวกเขา อย่างไรก็ตามจะต้องมีบุคคลที่มีชื่อจริงเชื่อมโยงกับบัญชีที่มีหมายเลข แต่ธนาคารก็มีตัวตนอย่างใกล้ชิด เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารอาวุโสบางคนในธนาคารสวิสที่เป็นเจ้าของ

บัญชีเหล่านี้ให้การรักษาความลับระดับลึกอย่างชัดเจน พวกมันมีประโยชน์มากเช่นกับ บริษัท หรือนิติบุคคลที่มีชื่อเสียงในการเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ อาจมีธุรกรรมที่จำเป็นต้องสะสมสินทรัพย์โดยไม่มีการแจ้งเตือนคู่แข่งสื่อหรือหน่วยงานที่อาจเป็นปฏิปักษ์อื่น ๆ สิ่งหนึ่งที่ควรชัดเจนจากการอ่านข้างต้น แม้ว่าจะมีบัญชีธนาคารของสวิสหมายเลข แต่ธนาคารก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่เปิดเผยชื่ออย่างแน่นอน โดยเฉพาะในคดีอาญา แต่บัญชีหมายเลขสวิสใกล้เคียงกับบัญชีมากที่สุด

ซูริค

ธนาคารสวิสวันนี้

สถาบันที่เก่ากว่าบางแห่งอาจเหี่ยวแห้งและตายไปกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง อาจมีเทคนิคที่ล้าสมัยวัตถุประสงค์หรือวิธีการของพวกเขา นี่ไม่ใช่กรณีของสถาบันธนาคารสวิส ธนาคารของสวิสได้ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของโลกปัจจุบัน ตั้งแต่การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยการเข้ารหัสระดับเมกะบิตธนาคารสวิสอยู่ในแนวหน้าของแนวปฏิบัติด้านการธนาคารที่ทันสมัย ส่วนใหญ่ที่หายไปคือวันของบัตรลายเซ็นที่ยากและเหมาะกับกรณีในการประชุมมือ ตอนนี้พวกเขาจะถูกแทนที่อย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์และการโอนสินทรัพย์“ wire” บนอินเทอร์เน็ต ภาษี ส่วนการปฏิบัติตามของเกมวันนี้ มาตรฐานการต่อต้านการฟอกเงินระหว่างประเทศมีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้คนดีเข้ามาและคนเลว

FATCA

FATCA

ด้วยการเริ่มต้นของพระราชบัญญัติการปฏิบัติตามภาษีบัญชีต่างประเทศ (FATCA) ในสหรัฐอเมริกาธนาคารที่ต้องการส่งเงินในสกุลเงินสหรัฐจะต้องให้ความโปร่งใสด้านภาษีแก่ผู้ถือบัญชีในสหรัฐอเมริกา รัฐสภาสหรัฐฯออกกฎหมายเมื่อวันที่ 18, 2010 (26 USC § 6038D) และขยายออกไปในเดือนธันวาคม 31, 2012 (26 USC §§ 1471-1474) มีวัตถุประสงค์เพื่อบังคับใช้การจัดเก็บภาษีระหว่างประเทศ การศึกษาจาก Texas A&M ได้ข้อสรุปว่าการกระทำดังกล่าวจะสร้างรายได้น้อยกว่า 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐในช่วงระยะเวลา 11 ปี (นี่ตรงข้ามกับการประเมินเบื้องต้นจำนวน $ 8.7 พันล้านของสภาคองเกรสในช่วงเวลาเดียวกัน) อย่างไรก็ตามรายงานใน Forbes ระบุว่าเปลที่จะบังคับใช้ FATCA ในช่วงปีเหล่านั้นจะมีค่าใช้จ่าย $ 8 พันล้าน

เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายสูงในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ธนาคารสวิสหลายแห่งจึงตัดสินใจไม่ยอมรับลูกค้าที่อยู่ในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามมีธนาคารหลายแห่งในสวิตเซอร์แลนด์ที่รับลูกค้าจากสหรัฐอเมริกา ดังนั้นเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายนี้ธนาคารที่ยอมรับชาวอเมริกันมีข้อกำหนดการฝากขั้นต่ำสำหรับพวกเขาที่ประมาณ $ 250,000 ถึง $ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ

ตัวเลือกการลงทุน

บริการด้านการลงทุน

วันนี้ธนาคารสวิสยังทำหน้าที่เป็นบ้านการลงทุน พวกเขาจ้างผู้จัดการเงินที่มีฝีมือมากที่สุด ดังนั้นจึงมีตัวเลือกในการซื้อขายหุ้นพันธบัตรกองทุนรวมและโลหะมีค่าออนไลน์ หรือคุณอาจมีที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับการฝึกฝนมาดูแลพอร์ตการลงทุนของคุณ

ความลับของธนาคารสวิตเซอร์แลนด์