บิทคอยน์ร่วงหนัก หลังธนาคารกลางตุรกีออกคำสั่งห้ามการใช้สกุลเงินดิจิทัล

โดยธนาคารกลางตุรกีออกคำสั่งห้ามการใช้สกุลเงินดิจิทัล ซึ่งรวมถึงบิทคอยน์ ในการซื้อขายสินค้าและบริการในประเทศ โดยระบุถึงความเสียหายและความเสี่ยง “ที่ไม่สามารถเยียวยาได้” จากการทำธุรกรรมดังกล่าว

แถลงการณ์ของธนาคารกลางตุรกีระบุว่า “สกุลเงินคริปโตมีความเสี่ยง เนื่องจากไม่ได้ถูกควบคุมภายใต้กฎระเบียบใดๆ หรือกลไกตรวจสอบใดๆ รวมทั้งไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารกลาง ดังนั้น ผู้ให้บริการชำระเงินจะไม่สามารถพัฒนารูปแบบธุรกิจที่จะทำให้มีการใช้สกุลเงินคริปโตทั้งทางตรงและทางอ้อมในการชำระค่าบริการ เนื่องจากการใช้สินทรัพย์ดังกล่าวในการชำระค่าบริการอาจสร้างความเสียหายที่ไม่สามารถเรียกคีนได้สำหรับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะบ่อนทำลายความเชื่อมั่นต่อวิธีการและเครื่องมือในการชำระเงินในปัจจุบัน”

ทั้งนี้ ตลาดซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในตุรกีมีการขยายตัวอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนพากันเข้าตลาดตามกระแสการพุ่งขึ้นของมูลค่าบิทคอยน์ในตลาดโลก โดยมูลค่าการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในตุรกีพุ่งแตะระดับ 2.18 แสนล้านลีราในช่วงต้นเดือนก.พ.-24 มี.ค. เทียบกับระดับเพียง 7 พันล้านลีราในช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว

ก่อนหน้านี้ บิทคอยน์ทะยานขึ้นเหนือระดับ 64,400 ดอลลาร์ ทะลุ 2,000,000 บาท แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ ขานรับคอยน์เบส โกลบอล อิงค์ ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลใหญ่ที่สุดในสหรัฐ เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นแนสแด็กในวันดังกล่าว

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดทรงตัว นลท.เชื่อเศรษฐกิจฟื้นเร็ว-หุ้นรถยนต์พุ่งหนุนตลาด

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดปรับตัวในกรอบแคบๆ ในวันนี้ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐและจีนช่วยให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังได้แรงหนุนจากการที่หุ้นกลุ่มรถยนต์ปรับตัวขึ้นตามหุ้นเดมเลอร์ที่ทะยานขึ้น 2.1% หลังบริษัทเปิดเผยผลกำไรประจำไตรมาส 1/2564 ในระดับสูงกว่าที่คาด

ดัชนี Stoxx Europe 600 เปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 438.29 จุด ลดลง 0.26 จุด หรือ -0.06%

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดตลาดวันนี้ที่ 15,277.85 จุด เพิ่มขึ้น 22.52 จุด หรือ +0.15% และดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดตลาดวันนี้ที่ 6,229.65 จุด ลดลง 4.49 จุด หรือ -0.07%

เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในจุดหักเห

นายเจอโรมยังกล่าวด้วยว่า การที่รัฐบาลสหรัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชนนั้น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวเร็วขึ้น

นอกจากนี้ นายพาวเวลยังให้คำมั่นว่า เฟดจะยังคงดำเนินโยบายเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อไป พร้อมกับส่งสัญญาณว่า เฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

เมื่อผู้ดำเนินรายการ 60 Minutes ถามถึงกรณีที่กองทุนเฮดจ์ฟันด์ Archegos Capital Management ผิดนัดชำระหนี้ในการเพิ่มหลักประกันการกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุน (Margin Call) จนเป็นเหตุให้ธนาคารเจ้าหนี้หลายแห่งสูญเสียเงินจำนวนมากนั้น นายพาวเวลกล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ากรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในระบบการเงิน แต่เฟดอาจจะต้องทำการตรวจสอบว่าธนาคารต่างๆ มีความสามารถในการบริหารความเสี่ยงได้ดีเพียงใด

เฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ยปีนี้แม้เศรษฐกิจขยายตัวรวดเร็ว ชัดเจน

โดย นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ออกมาพูดแล้ว ยืนยันในระหว่างการให้สัมภาษณ์  เฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แม้เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างรวดเร็วก็ตาม นายพาวเวลกล่าวกับนายสก็อตต์ เพลลีย์ ผู้ดำเนินรายการ 60 Minutes ว่า “มีแนวโน้มสูงมากที่เฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ผมในฐานะประธานเฟดและอยู่ในฐานะที่สามารถรับประกันได้ว่า เฟดจะทำทุกสิ่งเท่าที่จะทำได้ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจต่อไป จนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ นายพาวเวลกล่าวว่า มาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจของเฟดนั้น ครอบคลุมถึงการตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเอาไว้ที่ระดับใกล้ 0% ต่อไป และการดินหน้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อย่างน้อย 1.2 แสนล้านดอลลาร์/เดือน โดยเฟดจะซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐวงเงิน 8 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน และซื้อตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) ในวงเงิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์

ในการให้สัมภาษณ์กับรายการ 60 Minutes ครั้งนี้ นายพาวเวลได้แสดงมุมมองในด้านบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ โดยกล่าวว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจและการจ้างงานมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า พร้อมกับกล่าวว่า การที่รัฐบาลสหรัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชนนั้น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวเร็วขึ้น

ดอลล์แข็งค่าตามบอนด์ยีลด์สหรัฐ ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจแกร่ง

ข่าวสารล่าสุด ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ โดยปรับตัวขึ้นตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และขานรับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.11% สู่ระดับ 92.1629 เมื่อคืนนี้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.65 เยน จากระดับ 109.25 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9249 ฟรังก์ จากระดับ 0.9238 ฟรังก์ แต่เมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.2527 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2567 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1903 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1915 ดอลลาร์, เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3715 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3735 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7625 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7650 ดอลลาร์สหรัฐดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1.66% ในช่วงบ่ายวันศุกร์ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.34%

นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยในวันศุกร์ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต พุ่งขึ้น 1.0% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนก.พ. และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI พุ่งขึ้น 4.2% ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 9 ปีครึ่งนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2554 หลังจากเพิ่มขึ้น 2.8% ในเดือนก.พ.

ส่วนกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานในวันศุกร์ว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากพุ่งขึ้น 1.4% ในเดือนม.ค. และเมื่อเทียบรายปี สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 2.0% ในเดือนก.พ.

ไบเดนกล่าวขาไม่มีความวิตกว่าข้อเสนอของเขาในการปรับขึ้นภาษีเงินได้

เมื่อ ปธน.ไบเดนกล่าวว่า ไม่มีหลักฐานที่แสดงว่า การปรับขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และทำให้ภาคธุรกิจถอนตัวออกจากสหรัฐทางด้านนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า ตนกำลังดำเนินการร่วมกับกลุ่มประเทศ G20 เพื่อบรรลุข้อตกลงในการกำหนดอัตราภาษีขั้นต่ำสำหรับภาคธุรกิจในระดับโลก

คำกล่าวของนางเยลเลนมีขึ้น หลังจากที่ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา หลายประเทศทั่วโลกพยายามแข่งขันกันกำหนดอัตราภาษีสำหรับภาคธุรกิจในระดับต่ำที่สุดเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศนอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ภาคธุรกิจของสหรัฐอาจถอนการลงทุนไปยังต่างประเทศ ขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดนมีนโยบายปรับขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสู่ระดับ 28% เพื่อให้รัฐบาลมีรายได้ชดเชยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานวงเงินกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์

นางเยลเลนกล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต่างๆจะต้องมีระบบภาษีที่มีเสถียรภาพเพื่อสร้างรายได้ที่เพียงพอให้แก่รัฐบาลในการใช้จ่ายในภาคสาธารณะ และการรับมือกับวิกฤตการณ์ ขณะที่ประชาชนก็ต้องแบกรับความรับผิดชอบในสัดส่วนที่เหมาะสมในการสนับสนุนด้านการเงินแก่ทางรัฐบาลนอกจากนี้ นางเยลเลนยังระบุว่า ในการเข้าร่วมการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลกในสัปดาห์นี้ ตนจะผลักดันความคืบหน้าในการแก้ปัญหาโลกร้อน และการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ของประเทศต่างๆ รวมทั้งสนับสนุนการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจโลก

นางเยลเลนกล่าวว่า เป็นการเร็วเกินไปที่จะประกาศชัยชนะเหนือโควิด-19 แม้ว่าบางประเทศประสบความสำเร็จในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19นางเยลเลนระบุว่า ยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนกลุ่มประเทศยากจนในการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19

สาวแลกเงินจากไทยไปใช้ที่อเมริกา เจอย้อมแมวเป็นแบงค์ปลอมเกือบทั้งหมด

วันที่ 29 มีนาคม 2562 ชาวเน็ตแชร์โพสต์ของหญิงสาวรายหนึ่งหลังออกมาร้องเรียนบริษัทแลกเงินชื่อดังของไทย เมื่อเธอแลกเงินไปใช้จ่ายที่อเมริกา ทว่าสุดท้ายพบว่าเป็นแบงค์ปลอมเกือบทั้งหมด ติดต่อทางบริษัทไปยังได้มีการตอบรับใดๆ

โดยเจ้าของเฟซบุ๊ก Thimaporn Berriiez Phopipat เล่ารายละเอียดต่างๆไว้ว่า “มาค่ะ เช้าแล้ว สวัสดีท่านผู้มีเกรียติทุกท่าน ดิฉัน เบอร์รี่ ได้ทำการแลกเงิน ที่ …… สีส้ม สาขา เซ็นทรัล …..ในวันจันทร์ที่ 25 เวลาบ่ายโมงกว่า จำนวนเงินทั้งหมด 64,000 บาท เป็นแบงค์ 100$ จำนวน 20 ใบ รวม 2,000$วันนี้ วันที่ 28 ของอเมริกา ณ เมือง ชิคาโก้  ดิฉัน และ แฟน ได้นำเงินสดออกมาใช้ ติดตัว จำนวน 1,400$ ร้านราเมง และ ซาร่า ไม่ได้ทำการตรวจสอบแบงค์ เรายังใช้เงินกันได้ปกติ ทำให้ได้แตกแบงค์ 100$ ไปแล้ว 2 ใบในร้านที่ 3 คือ sephora ได้ลองนำปากกาที่ใช้ตรวจสอบแบงค์ปลอม ขีดลงแบงค์ พอ ปกติแล้วถ้าเป็นของจริง หมึกจะจางเป็นสีเหลืองด้านบนตามภาพ แต่ปรากฎของดิฉันไม่หายไปยังคงเป็นสีน้ำตาลทึบอยู่ ทางร้านขอให้เอาแบงค์ใหม่ได้ไหม ดิฉันเลย ควักอีกแบงค์ออกมาใช้ แต่อีกเช่นเคย หมึกไม่หายไป เริ่มสงสัยปน งง ว่าเกิดอะไรขึ้น พอไปร้านขายยาจะลองแตกแบงค์ 100$ ปรากดว่า อีกร้านก็ไม่ยอมเช่นกันเพราะหมึกไม่หายไป จึงได้ลองปรึกษากับ พี่เขยของแนช ให้ช่วยเหลือ เราจึงเดินไปที่ธนาคารพร้อมกันเพื่อตรวจสอบ

“แบงค์ออฟอเมริกา” เลิกให้สินเชื่อ – หยุดให้บริการผู้ผลิตปืนในอเมริกา

FILE - A customer uses an ATM at a Bank of America branch in Boston, Massachusetts, U.S.

ธนาคาร Bank of America ประกาศนโยบายใหม่ ในการงดให้สินเชื่อ รวมทั้งงดให้บริการทางการเงินกับผู้ผลิตปืนในสหรัฐฯ หลังจากพบว่ามีพนักงานนับร้อยคน ต้องสูญเสียสมาชิกในครอบครัว หรือเผชิญกับความกระทบกระเทือนทางร่างกายและจิตใจ อันเป็นผลจากเหตุยิงกราดมากมายที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

โดยนายไบรอัน มอยนิฮาน ซีอีโอของ Bank of America บอกถึงการปรับนโยบายใหม่นี้ว่า เขาได้รับเรื่องร้องเรียนจากศูนย์ช่วยเหลือพนักงานของธนาคาร ว่าพบพนักงานมากถึง 151 คน ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อมจากเหตุยิงกราดในออร์แลนโด นครลาสเวกัส รวมทั้งเหตุยิงกราดในพื้นที่อื่นๆ ทั่วอเมริกา

เมื่อต้นเดือนเมษายน Bank of America เคยประกาศว่าจะหยุดให้สินเชื่อกับบริษัทผู้ผลิตปืน หลังจากเหตุยิงกราดที่โรงเรียนมัธยมรัฐฟลอริดา เมื่อ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับบริษัทหลายแห่งทั่วอเมริกา ที่ออกมาบอยคอตต์บริษัทที่ทำธุรกิจกับบริษัทผลิตปืนในประเทศ

เรื่อง เงินๆทองๆ และ ค่าครองชีพ ที่ต้องรู้ ก่อนคิดจะไปเรียนที่อเมริกา

กลับมาเจอกันอีกครั้ง กับ บทความดีดี และความรู้ที่จำเป็นอย่างยิ่งในการเตรียมตัวไปเรียน

และใช้ชีวิต ในสหรัฐ อเมริกาวันนี้จะมาว่ากันด้วยเรื่อง เงินๆทองๆ ก็คือเรื่อง ค่าเงิน รูปแบบของเงิน

และการใช้เงินในรูปแบบต่างๆรวมถึงเรื่อง ค่าครองชีพ ในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น

ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าเรียน และอื่นๆ

เรื่องแรกที่อยากจะเล่าให้ฟัง และบอกให้รู้ก็คือเรื่องเงิน เรารู้กันอยู่แล้ว

$1 ดอลล่าห์สหรัฐต่อเงินไทย มีค่าประมาณ 35 บาท บวกลบ ต่อเงินบาทไทย

ซึ่งเรทค่าเงินนี้ ผันแปลไปตามความต้อการ หรือ Demand Supply ของเงินบาทไทย ต่อ

เงินดอลล่าห์สหรัฐซึ่งจะเปลี่ยนแปลงตามกลไกลตลาดแต่ควบคุมค่อนข้างยาก

ซึ่งเงินดอลล่าห์สหรัฐจะแบ่งเป็น ธนบัตรและเหรียญ โดยธนบัตรจะมี 6 แบบ คือ

$100 $50 $20 $10 $5 $1 

สำหรับเหรียญนั้นก็จะแบ่งเป็น 6 แบบคือ

$0.01 $0.05 $0.10 $0.25 $0.50 $1.00

ลักษณะการใช้เงินก็จะคล้ายๆ บ้านเราแต่ สำหรับ แบงค์ $100 นั้นจะค่อนข้าง

เป็นแบงค์ที่มีมูลค่าเยอะ เพราะฉะนั้นเวลาใช้ อาจจะยากซักหน่อยถ้าเราซื้อของ มูลค่าน้อยๆ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เงินสด หรือ Cash ในอเมริกานั้น ไม่นิยมใช้กันเหมือนในบ้านเรา

เนื่องจาก แทบจะทุกที่ สามารถใช้จ่ายผ่าน เครดิต หรือ เดบิต การ์ดได้ ไม่ว่าจะเป็น

การจอดรถข้างถนน ร้านสะดวกซื้อ แท๊กซี่ ตู้กดน้ำ ร้านอาหาร และอื่นๆอีกมากมาย 

เรียกได้ว่า เงินสดแทบจะไม่ได้จำเป็นในการดำรงค์ชีวิต  เลยก็ว่าได้

นอกจาก บางร้านซึ่งเป็นส่วนน้อยเท่านั้นที่จะรับเฉพาะเงินสด ซึ่งแน่นอนว่า

เครดิตการ์ด นั้น สะดวก และ ปลอดภัย กว่าเงินสด และยังสามารถบันทึกค่าใช้จ่ายเราได้อีกด้วย

สำหรับน้องๆนักเรียนไทยที่ไปถึง สหรัฐอเมริกา สามารถเดินเข้าไปในธนาคารแล้วขอเปิดบัญชี

เพื่อทำบัตรเดบิตได้ โดยใช้เอกสารที่สามารถระบุตัวตนเราได้ 2 อย่างขึ้นไป ซึ่งอาจจะเป็น

 Passport หรือ บัตรประชาชนไทย ใบขับขี่ไทย และ บัตรเครดิตไทย ที่มีชื่อเราอยู่บนบัตร 

โดยที่อเมริกานั้นจะไม่มีสมุดบัญชีเหมือนบ้านเรา แต่จะเป็นการใช้ ระบบ ออนไลน์ 

บนเว็บไซด์ หรือแอปพลิเคชั่น เป็นส่วนมาก ซึ่งค่อนข้างสะดวก และ ง่ายต่อการใช้งาน

 สำหรับเรื่องค่าใช้จ่าย หรือ ค่าครองชีพในอเมริกา นั้น ก็เป็นสิ่งที่หลายๆคนกังวล

เพราะว่า ด้วยค่าเงิน และค่าครองชีพที่สูงนั้น อาจเป็นปัญหาหลักๆของการมา ศึกษาต่อที่นี่

เพราะฉะนั้นเราจะมาดูกันว่า ค่าครองชีพในแต่ละอย่างนั้น ประมาณเท่าไร่ 

และมีทางเลือกใดให้เราบ้าง

ค่าที่พัก

สำหรับ นักเรียนที่ไทย ที่สมัครเรียนผ่าน โรงเรียน หรือเอเจนต์ซี่ ส่วนใหญ่แล้ว 

มักจะแนะนำ หรือ มีทางเลือก ให้เราทางเดียว คือ ที่พัก ที่โรงเรียนจัดหาให้

ซึ่งที่พักเหล่านั้นจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่จะอยู่ใกล้กับโรงเรียนที่เราสมัครเรียนไป

อาจจะเป็นได้ทั้ง อาพาร์ทเม้นท์ โฮสแฟมมิลี่ หรือ โฮมเสตย์ ก็ได้ โดยราคาต่อเดือน

มักจะไม่ต่ำกว่า $1,000 ขึ้นไปโดย  ส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง $1,200-$1,500 

แต่รู้หรือไม่ว่า ที่พักที่มีราคาถูกกว่านั้นเท่าตัว คือราคา $400-$600 นั้นก็มีอยู่ทั่วไป

เพียงแต่เราไม่รู้จักเท่านั้นหอพัก หรือ บ้านพัก ที่ไกล โรงเรียนออกมา จะมีราคาถูกกว่าพอสมควร

แต่อาจจะต้องเดินทางโดยรถไฟ หรือ รถเมล์ ประมาณ 30 – 45 นาที นอกจากนั้นยังสามารถหา

โฮมเสตย์ หรือบ้านฝรั่งที่มีห้องว่าง ในบ้านของเค้า ให้เราเช่าเป็นรายเดือน 

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นห้องส่วนตัวโดยสามารถหาได้จาก เว็บไซด์ต่างๆ 

ยกตัวอย่างเช่น www.Homestaybay.com

ค่าอาหาร

มีคนถามว่า $1 (35 บาท) ใน อเมริกาซื้ออะไรได้บ้าง เอาจริงๆแล้ว เขียนวันนี้ก็ไม่หมด

เพราะเยอะจริงๆนะ (ไม่รวม tax) ร้าน $1 ในอเมริกามีเยอะมาก เช่น Dollar Tree หรือ 99cents 

คล้ายๆ DAISO บ้านเราแต่มีทุกอย่างของกิน ของสด ของใช้ ขนม น้ำ ยา ประมาณว่าเดินเข้า 

บิ๊กซี ขนาดย่อมๆ แต่ทีเด็ดเลยคือ ทุกอย่าง $1 

นอกจากร้านนี้ ก็มีอีกอย่างนึงที่อยากนำเสนอคือ พิซซ่าในเซเว่น ชิ้นใหญ่มาก ใหญ่กว่า

ถาดใหญ่บ้านเราอีก ชิ้นละ $1 (35 บาท) หรือ ถาดละ $5 (175 บาท) แถมอร่อยด้วย

นอกจากนั้นยังมีไก่ทอด แซนวิส และอีกหลายๆอย่างราคา $1-$3 (35-105 บาท)

 ก็อิ่มๆออกมา

แต่เอาจริงๆแล้ว เราจะกินอาหารพวกนี้ทุกวันคงไม่ไหว งั้นมาดูในฝั่งของร้านอาหาร

และ Fasfood แบรน์ดังๆกัน ร้านอาหารเอเชีย ทั่วไป ถ้าเราไปทาน บะหมี่ ซักชาม 

หรือ ข้าวผัดซักจาน ราคาก็จะประมาณ $6-$8 (200-250 บาท) แต่ถ้าเข้าร้านอาหารไทย

 ราคาก็จะแพงมาหน่อยประมาณ $8-$10 (280-350) เอาเป็นว่าไปกินในห้างบ้านเรา 

ยังแพงกว่าอีก เราก็ยังกินกันประจำ บางคน กินจนมันเคยชินไปซะละ 

ส่วนทางด้าน Fastfood ยอดนิยมกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็น Macdonal, KFC, Carls JR, Burger Kings, Subway

และอื่นๆอีกมากมาย ราคาไม่ได้ต่างจากเมืองไทยเท่าไร่นัก บางแบรนด์ถูกกว่านิดหน่อย

บางแบรนด์แพงกว่านิดหน่อยอย่าง Macdonal ก็มี $1 Menu ซึ่งมีตลอดทั้งปีและน่าจะมีไปอีกหลายปี

แต่ที่ชอบจิงๆคือ น้ำอัดลมเค้ากดฟรี เติมได้ตลอด

ของใช้ทั่วไป และ เสื้อผ้า

อันนี้ การันตรีเลยว่า ถูกกว่าจริงๆ อย่างที่รู้กันว่า คนไทย ไปหิ้วมาขาย ทำพรีออร์เดอร์กันเยอะแยะ

คงไม่ต้องบรรยาย สรรพคุณมาก ของแบร์นเนมถ้าเทียบกับบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า

บอกเลยว่า ถูกกว่าเยอะ โดยเฉพาะที่ OUTLET หรือ DISCOUNT STORE ต่างๆในแต่ละเมืองเช่น

ROSS, TJMAXX, MARSHALLS และอื่นๆ ขุมทรัพย์ ของถูกและดี อยู่ในนี้เพียบ

สำหรับคนที่ไม่เน้นแบร์นเนม หรือหาของใช้ในบ้าน ในครัว และอื่นๆ ก็สามารถไปหาใน DISCOUNT STORE

ที่กล่าวมาได้ เช่นกัน เพราะมีสินค้า หลากหลาย และครอบคลุมมาก หรือ อาจจะไปร้าน $1 ที่กล่าวไปแล้ว

ก็ยังได้ นอกจากนี้ก็จะเป็น ซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วๆไป แต่อยากแนะนำว่า COSTCO และ WALMART ของถูกที่สุด

ช่องทางสุดท้ายที่อยากจะบอกคือ ช่องทางที่กำลังนิยมในการ ซื้อของ และ ช็อปปิ้งที่สุด ในอเมริกา

นั้นคือ AMAZON ปัจจุบัน มีขายแทยทุกอย่าง และส่งภายในไม่กี่ชั่วโมง

สินค้าหลายอย่างราคาถูกว่าร้านค้า แถมมีรับประกัน คืนสินค้า คืนเงิน หากไม่พอใจ

ซึ่งบอกได้เลยว่า ถ้าได้ลองและจะติดใจ รู้ตัวอีกที กระเป๋าแห้งแน่ๆ

*** สินค้าที่อเมริกา แทบจะทุกอย่างสามารถ คืนได้ และสามารถได้รับเงินคืนเต็มจำนวนอีกด้วย

โดยมีระยะเวลา 30-60 วันหลังจากวันที่ซื้อ ขึ้นอยู่กับ ข้อกำหนดของแต่ละร้าน เช่น อยู่ในสภาพใหม่

ยังไม่ได้ใช่ ไม่ชำรุด มีใบเสร็จ หรือ ป้ายสินค้ายังอยู่ครบ เป็นต้น

ค่าเรียน

ค่าเรียนจะแบ่งออกเป็นหลักๆ คือ 1. เรีบนภาษา 2 เรียนระดับปริญญา 3. เรียนระดับ certificate

1. สำหรับการเรียนภาษานั้น ค่าเรียนเริ่มต้น อยู่ที่ $400-$1500 ต่อเดือน ขึ้นอยู่กับ

ชั่วโมงการสอน สถาณที่ตังเมืองที่ตั้ง คุณภาพของอาจาร์ย ขนาดของห้องเรียน เนื้อหาที่เรียน

และนักเรียนของสถาบันนั้นๆซึ่งแน่นอนว่า ราคา มักจะไปควบคู่กับ คุณภาพ ซะส่วนใหญ่

บางโรงเรียนมีราคาที่ถูก แต่ไม่ได้แปลว่าสถาณะของ โรงเรียนจะดี หรือ อาจมีปัญหาในการยื่นขอวีซ่า

จำนวนนักเรียนในห้องอาจมีมากถึง 50 คนต่อ อาจาร์ยหนึ่งคน หรือ อาจจะ ไม่ได้มีการเรียน

การสอนที่ได้มาตารฐานก็เป็นได้ซึ่งแตกต่างจาก โรงเรียนที่ดี และมีราคาสูงกว่า

ซึ่งห้องเรียนนึงอาจมี ประมาณ 10-15 คน และมี อาจาร์ย หรือ หลักสูตรการเรียนการสอน

ที่ดีและมีคุณภาพมากกว่า

2. สำหรับการเรียนระดับ ปริญญานั้นค่าเรียนจะเริ่มต้นประมาณ $20,000 – $50,000 ต่อปี ซึ่งขึ้นอยู่กับ

มหาวิทยาลัย และสาขาที่เราเลือกเรียน แต่ส่วนใหญ่และ จะสามารถยื่นขอทุนได้ ตั้งแต่ 1-4 ปี 

แล้วแต่บุคคล ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณา การสัมภาษณ์ และผลการเรียนของเรา

3. สำหรับ การเรียนระดับ certificate ราคาจะแตกต่างกันไปตาม สาขา วิชา ที่เราต้องการเรียน

ราคาอาจจะเริ่มต้นตั้งแต่ ระดับ $3,000 – $100,000 

หลังจากอ่าน บทความนี้ เราจะเห็นได้ว่า การไปเรียนและใช้ชีวิต อยู่ใน อเมริกา

ไม่ได้ยากหรือต้องใช้เงินมากมายเหมือนที่เราเคย ได้ยินได้ฟังมา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าเรารู้ หรือไม่รู้

เราแสวงหา หรือเราอยู่เฉยๆที่พัก อาหาร ของใช้จำเป็น ค่าเรียน มีหลายระดับ ราคา และ

มาตราฐานให้เราเลือก ก็ขึ้นอยู่กับว่าเรา เหมาะสม หรือมีความสามารถที่จะเลือกสิ่งไหน

ให้เหมาะสมกับตัวเองก็เท่านั้น 

ข้อมูลทั้งหมดรวบรวมโดยประสบการณ์และการทำงานของพี่ๆ WE STUDY INTER เอามาฝากไว้ให้น้องๆได้อ่านเพื่อเตรียมความพร้อมในการมาเรียนที่อเมริกาค่ะ เรามีบริการครบวงจรตั้งแต่ขั้นตอนให้คำปรึกษา สมัคร เรียน ขอวีซ่า จนถึงการไปรับที่สนามบิน พร้อมดูแลน้องๆทุกคนในการเริ่มต้นใช้ชีวิตที่อเมริกา โดยพี่ๆทีมงานคนไทยที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้ น้องๆหรือผู้ปกครอง สามารถลดความกังวลได้ สำหรับคนที่กลัวว่าไปถึงแล้วจะทำเริ่มต้นยังไง ซึ่งบริการทั้งหมดนี้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะค่ะ

เรื่อง เงินๆทองๆ และ ค่าครองชีพ ที่ต้องรู้ ก่อนคิดจะไปเรียนที่อเมริกา

รู้ไหม? ธนบัตรของอเมริกามีอะไรซ่อนอยู่

ธนบัตรอเมริกา เรื่องน่ารู้ เรื่องรอบตัว

เรื่องรอบตัวที่น่าสนใจ อย่าง ธนบัตรดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ที่มีรายละเอียดและโค้ดลับบนนั้นมากมาย ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ เรียกได้ว่าถ้าใครปลอมธนบัตรนี้คงรู้ทันที ลองมาดูกันว่ามีจุดสังเกตอะไรที่น่าสนใจบ้างบนธนบัตรอเมริกา

รู้ไหม? ธนบัตรของอเมริกามีอะไรซ่อนอยู่

1. ธนบัตร 5 ดอลลาร์ บริเวณรอบๆ ขอบธนบัตรจะมีคำว่า ” FIVE DOLLARS” มากมาย

2. บนโล่สัญลักษณ์ของหน่วย Great Seal บนธนบัตร 5 ดอลลาร์ มีคำว่า “E PLURIBUS UNUM” และ “USA

3. บนเลข 5 ด้านหลังธนบัตร 5 ดอลลาร์ มีคำว่า “USA FIVE” พิมพ์ไว้ตรงหางของตัวเลข

4. ในธนบัตร 5 ดอลลาร์ ภาพอนุสาวรีย์ลินคอล์น มีชื่อของแต่ละรัฐในประเทศอยู่

ต่อไปข้อมูลธนบัตร 10 ดอลลาร์

1. ป้าย HAMILTON มีตัวอักษรเล็กๆ เขียนว่า “The United States Of America” และ “Ten Dollars”

2. และบริเวณด้านข้างของธนบัตรด้วย

3. ด้านล่างรูปคบเพลิงมีคำว่า “USA 10” ซ่อนอยู่

ธนบัตร 20 ดอลลาร์

1. ตรงตัวอักษร Twenty USA มีคำว่า “USA20” ตัวเล็กๆ ล้อมอยู่โดยรอบ


2. คำว่า “The United States Of America 20 USA 20 USA” ปรากฎอยู่บนหรอบสีดำใกล้ๆ ตัวเลข 20

ธนบัตร 50 ดอลลาร์


1. ขอบด้านซ้ายของธนบัตรมีคำว่า “Fifty” และภายในเครื่องหมายรูปดาวมีคำว่า “Fifty” “USA” และ “50”

2. คำว่า “The United States Of America” ถูกสลักไว้บนคอเสื้อของประธานาธิบดี

ธนบัตร 100 ดอลลาร์

1. มีคำว่า “The United States Of America” พิมพ์อยู่บนปกเสื้อบุคคลสำคัญของสหรัฐอเมริกา Benjamin Franklin
2. รอบๆ ลายน้ำมี “USA 100” พิมพ์อยู่
3. “One Hundered USA” เขียนไว้รอบๆ ขนนกสีทอง”
4. ตัวเลข “100”พิมพ์ไว้โดยรอบธนบัตร